“ฮ่องกง” ไม่ได้มีแค่ด้านเดียว

สมถวิล ลีลา : เรื่อง
Szabotage, เอลซา ฌ็อง เดอ ดีเยอร์, แครอล มุย และรีเบคกา ที ลิน : ภาพ

ฮ่องกงวันนี้ ไม่เหมือน “ฮ่องกง” เมื่อวันวานหลังการปฏิรูปทางการเมืองและการประท้วงครั้งใหญ่สุดช่วงปี 2019 ทำให้ “ฮ่องกง” เปลี่ยนโดยสิ้นเชิง

แม้วันนี้การชุมนุมจะจบลงแล้ว แต่ชาวฮ่องกงจำนวนหนึ่งได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อังกฤษตามคำเชิญของรัฐบาลอังกฤษ บางส่วนไปแคนาดา และบางส่วนตัดสินใจปักหลักที่เดิม

เว็บไซต์ Bloomberg ระบุว่า ปีนี้ชาวฮ่องกงทยอยขายทรัพย์สินกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 600,000 ล้านบาท ก่อนจะอพยพ
ไปอยู่ที่อื่นอย่างถาวร

การขายทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากขนาดนี้ ส่งผลให้ชาวจีนแผ่นดินใหญ่หลั่งไหลเข้ามาซื้อบ้าน ที่ดิน และคอนโดมิเนียมมากขึ้นถึง 11% ในไตรมาสแรกของปีนี้

แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถย้ายถิ่นฐานได้ดั่งใจ จำนวนมากยังคงอยู่ต่อเพราะติดปัญหาเรื่องเงินทุน ภาษา และการปรับตัวทางวัฒนธรรม ขณะที่คนหนุ่มสาวบางกลุ่มเชื่อว่า สักพักบ้านเกิดตัวเองอาจดีขึ้น แม้ไม่เหมือนเดิม

 

จากแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกิน ฮ่องกงในวันนี้หลังเจอวิกฤตโควิด-19 สภาพก็ไม่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โชคยังดีหน่อยที่สถานการณ์ยังไม่รุนแรง รัฐบาลฮ่องกงยังคงเอาอยู่ ต่างกับสิงคโปร์ที่พลิกกลับรุนแรงอีกครั้ง

แต่ชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อยเริ่มไม่เชื่อมั่นรัฐบาล เลยไม่ยอมฉีดวัคซีนฟรี ภาพรวมฉีดไปได้เพียง 11% ต่อจำนวนประชากรทั้งหมด 7.5 ล้านคน และอาจต้องทิ้งวัคซีน Pfizer-BioNTech ไปจำนวนหนึ่ง เนื่องจากใกล้ถึงวันหมดอายุ

น่าเสียดายแทน เพราะฮ่องกงเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ที่มีวัคซีนเพียงพอกับจำนวนประชากร

ทั้งหมดคือภาพสะท้อนจากวิกฤตการเมืองและโรคระบาดที่ทำลายล้างแหล่งท่องเที่ยวไปในพริบตา เชื่อว่าศูนย์กลางธุรกิจและการเงินที่ใหญ่ติดอันดับโลกอย่าง “ฮ่องกง” คงเป็นดินแดนในฝันใกล้แค่เอื้อมที่ทุกคนอยากบินไปกิน ดื่ม เที่ยว และช็อปปิ้งอย่างอิสระ

ด้วยความเป็นเมืองตึกระฟ้า และท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนขวักไขว่ “ฮ่องกง” กลายเป็นเมืองที่กำลังเติบโตสุด ๆ แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป ความเป็นเมืองกว่าจะเติบโตได้ขนาดนี้ คงต้องใช้พลังและแรงบันดาลใจมากพอดู

ที่สำคัญ “ฮ่องกงไม่ได้มีแค่ด้านเดียว”

ฮ่องกง…ยังเป็นหนึ่งในเมืองแห่งศูนย์กลางงานศิลปะที่มีชีวิตชีวาที่สุดในภูมิภาค ตั้งแต่แกลเลอรี่หรือนิทรรศการระดับโลก งานเทศกาลศิลปะ แต่ประเด็นคือ “ไม่มีสถานที่” เพียงพอต่อการแสดงออกถึงจิตวิญญาณ ความคิดสร้างสรรค์

ถนนของฮ่องกงจึงมีงานศิลปะบนกำแพงที่มาจากแรงบันดาลใจของการผสมผสานระหว่าง “ตะวันออก” และ “ตะวันตก” พบได้ในย่านเซ็นทรัล (Central) ที่พลุกพล่านไปจนถึงงานกราฟฟิตี้ในย่านการผลิตและการค้าอย่าง “หว่องจุ๊กฮั้ง-Wong Chuk Hang” รวมถึงผลงานแนวฮิปสเตอร์สีสันสดใสของย่านซัมซุยโป (Sham Shui Po)

ศิลปะบนท้องถนนเหล่านี้กำลังเปลี่ยนความเป็นเมืองในย่านต่าง ๆ ด้วยการใช้ศิลปะสื่อสาร โดยศิลปินทั้งในและต่างประเทศที่นิยมใช้พื้นผิวของ
ตึกรามบ้านช่อง ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก เป็นผืนผ้าใบของพวกเขา

เอลซา ฌ็อง เดอ ดีเยอร์ (Elsa Jean de Dieu) ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลายที่ในแถบเอเชียมาตั้งแต่ปี 2561 เธอฝากผลงานที่มีเอกลักษณ์สะดุดตาไว้ในฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และเมืองต่าง ๆ

ผลงานที่เธอชอบเป็นพิเศษหาดูได้ตามท้องถนนพีลสตรีต (Peel Street) ในโซโห (Soho) จุดหมายปลายทางของนักเที่ยวยามราตรี และเป็นแหล่งอาหารนานาชาติที่ผู้คนหลากเชื้อชาติชอบกันมาก

“เจ้าของร้านอาหารริมทางสไตล์บราซิล-ญี่ปุ่นอย่าง อูมะ โนตะ (Uma Nota) ลอราและอเล็กซิส ออฟเฟ (Laura & Alexis Offe) อยากได้ศิลปินมาวาดศิลปะบนกำแพง โดยผสมผสานวัฒนธรรมสองประเทศ เมื่อพวกเขาติดต่อมาฉันใช้เวลาไม่นานที่ตอบรับคอนเซ็ปต์ และรีบลงมือทำ เราพูดคุยจนได้แรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน

หลังจากนั้น ก็กลับมาหาพวกเขาอีกครั้ง พร้อมรูปผู้หญิงบราซิลคนนี้ที่เต็มไปด้วยพลังบวกและความร่าเริง โดยใช้สีสันสดใส สีชมพูในส่วนประตูด้านหน้าสื่อถึงดอกซากุระของญี่ปุ่น ส่วนใบแปะก๊วยปลิวไสวเป็นเหมือนตัวเชื่อมงานศิลปะประตูหน้าเข้ากับด้านในร้านอาหาร” เธอเล่าถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังของผลงาน

ย่านสตรีตอาร์ตในฮ่องกงที่ชอบเป็นพิเศษ คือ โซโห แค่ขึ้นบันไดเลื่อนคุณจะเห็นงานศิลปะที่แตกต่าง โดดเด่น เอลซา ฌ็อง เดอ ดีเยอร์ บอกอีกว่า เธอยังเป็นแฟนตัวยงของเชิงวาน (Sheung Wan) และถนนทุกสายที่ติดกับถนนฮอลลีวูด (Hollywood Road) เพราะทำให้เธอนึกถึงย่านเลอ มาเรส์ ในปารีส ที่มีร้านกาแฟ ร้านค้าศิลปะสุดฮิป

แครอล มุย และ รีเบคกา ที ลิน (Carol Mui & Rebecca T Lin) เป็นศิลปินที่มุ่งมั่น สะท้อนความงามธรรมชาติผ่านงานศิลปะบนกำแพงที่เต็มไปด้วยพรรณไม้เขียวขจี เพื่อนซี้สองคนนี้เริ่มต้นทำธุรกิจรับวาดภาพศิลปะบนกำแพงกันเมื่อปี 2560 ได้เนรมิตกำแพงอาคารสำนักงาน ร้านอาหาร และร้านค้าให้ดูต่างจากเดิม


วันนี้เธอทั้งสองได้ทำงานร่วมกับลูกค้าอย่าง DBS, Lululemon และ Pizza Express ผ่านการสร้างความสมดุลให้กับท้องถนน มีพรรณพืชเป็นสไตล์ โดยยึดหลักปรัชญา “ใช้ชีวิตอย่างเชื่องช้า” เป็นหัวใจ และใช้ประสบการณ์เป็นมรดก

รีเบคกาผู้เกิดและโตในฮ่องกงมาช่วยแต่งแต้มสีสัน ผลงานพวกเธอช่วยฟื้นฟูสถานที่สำคัญอย่างเดอะมิลส์ (The Mills) ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ค้าปลีก และแหล่งเรียนรู้ เปรียบได้กับการนำพาเทพเจ้าแห่งธรรมชาติมาสู่โลกแห่งอุตสาหกรรมบนเกาะฮ่องกง

Szabotage ศิลปินและนักออกแบบเมืองร่วมสมัยชาวอังกฤษ มีชื่อเสียงจากผลงานกราฟฟิตี้ย้อนยุคและการแสดงตลกบนเวที ได้ฝากผลงานสตรีตอาร์ตของตัวเองมาดึงให้ผู้คนเห็นถึงแก่นแท้ของฮ่องกง โดยหลอมรวมคน 2 ทวีปมาไว้ที่เกาะนี้แล้ว

เขาเคยฝากฝีมือกับแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton, Pret A Manger, Ritz Carlton ฯลฯ ผลงานเขาเป็นที่นิยมเพราะลงลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมเมืองกับชุมชนจากมุมมองของตัวเขาเอง

งานศิลปะบนกำแพงรูปเสือดาวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Szabotage จึงถูกเนรมิตขึ้นบนฉากหลังของย่านบ้านเรือนที่เงียบสงบในแถบชนบทของฮ่องกง ซึ่งบ่งบอกว่าวัฒนธรรมไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความเป็นสากลเพียงอย่างเดียว

Village Cat ได้ถือกำเนิดขึ้นจากเรื่องราวของคนในครอบครัว และความชื่นชอบแมวเป็นพิเศษ เขาเพิ่มองค์ประกอบกีฬาแฝงเข้าไปด้วย เพื่อสื่อถึงกิจกรรมที่แอ็กทีฟ พร้อมฉลุลายเป็นรูปครอบครัวกำลังเล่นแพดเดิลบอร์ดด้วยกัน และเพิ่มรูปผีเสื้อแสดงถึงความเคารพต่อสัตว์ป่าอันน่าอัศจรรย์
ในย่านอ่าวเคลียร์วอเตอร์เบย์ (Clearwater Bay)

ไซ้เหยงผู่น (Sai Ying Pun) เป็นหนึ่งสถานที่โปรดของเขาเมื่อเอ่ยถึงสตรีตอาร์ตในฮ่องกง เพราะได้ผสานความเป็นฮ่องกงแบบเดิม ๆ เข้ากับการพัฒนาในรูปแบบใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ถนนหลายสายรอบไซ้เหยงผู่นถูกเปลี่ยนเป็นผืนผ้าใบหลากสี พร้อมภาพศิลปะบนกำแพงเหมือนให้ชีวิตใหม่โดยศิลปินเหล่านี้ และทุกครั้งที่พวกเขาแวะเวียนมาฮ่องกงก็จะฝากผลงานไว้ให้คิดถึง

เหมือนให้เราลืมเรื่องร้าย ๆ แล้วกลับมาสนุกกับงานตรงหน้าต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ