เปิดสูตร 1+1=10 ดอยตุง ผสาน Onitsuka Tiger การตลาดต้องยืนหนึ่ง

นับเป็นปรากฏการณ์ที่ฉีกแนวและสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลาย เมื่อสูตรคำนวณ 1+1 = 2 คงน้อยไปสำหรับ 2 คู่ค้ารายใหม่ของโลก “ดอยตุง” และ Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) แบรนด์รองเท้าชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย

หลายต่อหลายครั้งเราจะเห็น “กระแส” ความร่วมมือระหว่าง “แบรนด์” เพื่อสร้างจุดร่วมและทำการตลาดให้เข้มข้นขึ้นด้วยการผสมผสาน “จุดแข็ง” ของแต่ละฝ่าย ถือเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ถูกใช้บ่อยครั้ง ปังก็เยอะ พังก็มี

แต่ที่แน่ ๆ ความร่วมมือเหล่านั้นก่อให้เกิดมุมมองใหม่ และได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ของแบรนด์คู่ค้าไปโดยปริยาย ทั้งสร้างการรับรู้ในเรื่องของแบรนด์ได้ตรงจุด

กรณี “ดอยตุง” แบรนด์สินค้าไทยที่เป็นมิตรกับคนทั่วโลก ซึ่งวางโพซิชันนิ่งในระดับพรีเมี่ยม ประกาศความร่วมมือกับ Onitsuka Tiger ผู้ผลิตรองเท้าสัญชาติซามูไร โดยเปิดตัว “รองเท้ารุ่นพิเศษ” ที่นำเอาผ้าไทยไปอยู่บนรองเท้าเป็นครั้งแรกของโลก

แม้ความร่วมมือครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งแรกของ “ดอยตุง” ในการสร้างแบรนด์+แบรนด์ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของงานคราฟต์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น แถมเตะตา

นับเป็นความภาคภูมิใจของผู้คิดผู้สร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดงานแฮนด์คราฟต์แบบดั้งเดิมของช่างฝีมือไทย ผสานกับรองเท้าดีไซน์เอกลักษณ์ ทำให้เกิดรุ่นยอดฮิตอย่าง MEXICO 66?, MEXICO 66? PARATY และ SERRANO

ข่าวระบุว่า กระแสตอบรับดีเกินคาด ความต้องการสินค้ามีมาก ทำให้สินค้าขาดตลาดในชั่วพริบตา ทั้งรุ่น สี ไซซ์ ที่ฮิต ๆ กัน จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้น การตอบรับของแฟชั่นนิสต้าและเหล่าคนดัง ยังทำให้สินค้ายิ่งขายดีระเบิด เพราะไวรัลมาร์เก็ตติ้งในโลกโซเชียลมีเดียทั้งหลาย อาทิ มาริโอ้ เมาเร่อ, ดีเจ.พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน ฯลฯ

ถือว่า “ดอยตุง” เดินมาถูกทางแล้ว แม้โควิด-19 จะทำให้ตลาดรวมซึม ๆ ไปบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา และกลายเป็นโจทย์ใหญ่ให้เหล่าครีเอทีฟต้องพลิกกระบวนท่าในการคิดเพื่อสร้างสรรค์

ช่วงเวลาเดียวกัน แบรนด์กีฬาสัญชาติอเมริกันอย่าง SKECHERS (สเก็ตเชอร์ส) ก็ประกาศความร่วมมือกับ ดร.ซูสส์ (Dr.Seuss) นักเขียนและวาดภาพประกอบหนังสือเด็กระดับโลก ออกแบบรองเท้าคอลเล็กชั่นใหม่ที่นำตัวการ์ตูนที่รู้จักกันทั่วโลกสุดคลาสสิกอย่าง “The Cat in the Hat-เหมียวแสบ ใส่หมวกซ่าส์” มาสร้างสีสันกับสินค้ารุ่นพิเศษ

คอลเล็กชั่น SKECHERS x Dr. Seuss นำความสดใสจากโลกแห่งจินตนาการมาโลดแล่นในชีวิตจริง ผ่านรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อเด็กและผู้ใหญ่ มี 7 รุ่นสำหรับผู้หญิง และเด็กผู้ชาย-เด็กผู้หญิงอย่างละ 1 รุ่น นอกจากนี้ ยังมีแผนนำตัวละครอื่น ๆ ของ ดร.ซูสส์มาอยู่ในคอลเล็กชั่นของสเก็ตเชอร์สอีกหลายรุ่น

ทั้ง 2 เคสถือเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างแบรนด์ที่มีจุดแข็งต่างกัน แบรนด์หนึ่งถนัดทำรองเท้า อีกแบรนด์ถนัดออกแบบ จึงเกิดดีไซน์ใหม่ ๆ ที่ดึงเอาความน่าสนใจมาไว้รวมกัน


เป็นการทำตลาดเชิงลึก สร้างความแข็งแกร่งให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นได้

หากมองย้อนกลับไปไม่นาน กระแสการ collaboration มีให้เห็นในทุกวงการ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่เว้นแม้กระทั่งโซเชียล, ยูทูบ หรือวงการบันเทิง, ดารา, นักร้อง ที่ร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์และผลิตภัณฑ์อย่างมากมาย

ผลลัพธ์ทางธุรกิจจึงมากกว่าปกติ 1+1 อาจไปไกลถึงระดับ 10

เพราะ “พลังความร่วมมือ” กำลังสร้างผลลัพธ์แบบมหาศาล

การตลาดต้องยืนหนึ่งก็จริง แต่ต้องไม่ยืนคนเดียว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ