ชมนาด รางวัลแห่งความสำเร็จ ของสตรีที่มีใจรักในงานประพันธ์

ปีนี้ “รางวัลชมนาด” ได้เดินทางมาถึงปีที่ 10 ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งสนับสนุนให้ “สตรี” ผลิตวรรณกรรมที่มีคุณค่า มีใจรักด้านงานเขียน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษร สะท้อนสังคม และยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนไป เพื่อให้ผู้อ่านได้เรียนรู้และมองเห็นอีกหลายแง่มุมที่ไม่ธรรมดา

ซึ่งเป็นโครงการดี ๆ อีกหนึ่งภารกิจเพื่อสังคมที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมส่งเสริมสิทธิสตรี และการเข้าถึงบริการทางการเงิน ผ่านการพัฒนาชุมชนอย่างสร้างสรรค์ยั่งยืน ทำให้การประกวดรางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) เป็นที่รู้จักในหมู่นักเขียน โดยมีบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เป็นผู้เผยแพร่หนังสือที่ได้รับรางวัลออกสู่ตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รางวัลชมนาดได้สร้างนักเขียนทั้งมือใหม่และมืออาชีพจำนวนมาก แต่ละท่านฝากผลงานคุณภาพจากมุมมองผู้หญิง ในรูปแบบสารคดี (nonfiction) ที่ประพันธ์จากชีวิตจริง แล้วถูกนำมาตีพิมพ์สู่สายตานักอ่านทั่วโลก อาทิ ฉันคือเอรี่ กับประสบการณ์ข้ามแดน, พฤกษามาตา, ก่อนสิ้นรุ่งอรุณแห่งฝัน, เขาตราหน้าว่าหมอฆ่าคน และขังหญิง

คณะกรรมการตัดสินรางวัลชมนาดตระหนักดีว่า ความสามารถของหญิงไทยไม่ควรถูกตีกรอบ หรือมีพื้นที่หน้ากระดาษไว้สำหรับงานเขียนในรูปแบบสารคดีเท่านั้น ปีที่ผ่านมาจึงกำหนดกติกาให้ผู้สนใจส่งผลงานประเภท “นวนิยาย-fiction” เข้าร่วมประกวด เพราะเห็นว่าวรรณกรรมประเภทนี้นิยมกันมากในกลุ่มนักอ่านทุกรุ่นทุกสมัย ทั้งยังไม่มีเวทีใดที่เน้นให้นักเขียนสตรีได้แสดงออกอย่างเต็มที่

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ชมนาดเป็นรางวัลเพื่อนักเขียนสตรี ผู้หญิงมีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน มีแง่มุมคิดที่น่าสนใจ ทำให้เราคิดหาวิธีที่จะโปรโมตให้ผู้หญิงเข้าสู่การทำงานวรรณกรรมมากขึ้น

นี่คือวัตถุประสงค์หลัก ซึ่งทางธนาคารและสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เป็นพันธมิตรร่วมงานกันมาหลายโครงการ และรางวัลชมนาดเป็นหนึ่งในโครงการที่ร่วมทำกันมาอย่างต่อเนื่อง เราเห็นก้าวย่างของการเติบโตและรับรู้ในวงกว้างขึ้น บางเรื่องได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องน่ายินดี

มีคำถามว่า เราจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลหันมาเสพงานวรรณกรรมกันมากขึ้น ดร.ทวีลาภให้ความเห็นว่า “งานเขียนแต่ละช่วงแต่ละยุค ล้วนสะท้อนปัญหาและความเป็นไป มุมมองคนเขียน ประสบการณ์ที่มองจะสะท้อนออกมาในตัวงานเขียนเอง

การที่นักเขียนได้สื่อสารออกมาเป็นวรรณกรรมนั้น ก็มีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันในยุคดิจิทัล เราเห็นคนที่อยากเป็นนักเขียนมากขึ้น นั่นเป็นทักษะในการสนับสนุนให้เกิดขึ้น แต่ก็มีความท้าทายหลายเรื่อง เพราะคนสมัยใหม่เสพสื่อได้หลายช่องทาง

Advertisement

ทั้งใช้เวลาในการเสพมาก แต่กลับใช้เวลาคิด เวลาอ่านน้อยลง ทำให้เกิดกระบวนการความคิดและการตัดสินใจที่เร็ว ขณะที่วรรณกรรมเป็นงานละเอียด ต้องใช้เวลาอ่านและทำความเข้าใจ ทำให้คนอ่านได้ใช้เวลาคิด และตัดสินใจได้รอบคอบยิ่งขึ้น ถือเป็นจุดที่ท้าทายว่า ต้องทำอย่างไรให้คนคิดได้ คิดเป็น”

ชนินทร์ธรณ์ ชื่นโพธิ์กลาง

สำหรับรางวัลชมนาดครั้งที่ 10 ประกาศผลเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 มีนวนิยาย 3 เรื่องได้รับรางวัล ผู้ชนะเลิศได้รับเงิน 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ และค่าลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ์เป็นเล่มทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ได้แก่ “ชนินทร์ธรณ์ ชื่นโพธิ์กลาง”

เจ้าของผลงานรางวัลชมนาดปี 2564 ผู้ประพันธ์ “หลงเงารัก” ที่หยิบประเด็นของอาการคลั่งผอม (อะนอเร็กเซีย) กับวงการนางแบบ มาสะท้อนสังคมที่คนมักมองผู้อื่นผ่านโลกโซเชียลว่า ทุกคนสวยสมบูรณ์แบบ อยากมีอยากเป็นเช่นนั้นบ้าง แต่ชีวิตจริง ๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความผอม ความสวยที่เห็นต้องแลกด้วยความเจ็บปวด

“ชอบการจัดประกวดรางวัลชมนาด นอกจากเป็นเวทีให้นักเขียนผู้หญิงแล้ว ผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดยังได้รับความรู้ คำวิพากษ์วิจารณ์จากคณะกรรมการนำไปปรับปรุงงานเขียนของตัวเองอีกด้วย” ยุ้ย-ชนินทร์ธรณ์กล่าว

จากข้อมูลเธอเป็นนักการเงินและการบัญชี อายุ 38 ปี ปกติเขียนหนังสือแนวแฟนตาซี เขียนให้อ่านฟรีบนเว็บไซต์ทั่วไป ที่ส่งงานเข้าประกวดครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นรางวัลสำหรับสตรีจึงสนใจ ส่วนนวนิยายเรื่องหลงเงารัก เป็นแนวโรแมนติก

เนื้อเรื่องอาจจะดูเหมือนไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วใกล้ตัวมาก เป็นการสะท้อนสังคม เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบูลลี่ทางออนไลน์ แม้มีเรื่องที่ดูเครียด แต่ก็มีเรื่องราวความรัก ตลกขบขันให้อ่านเพลิน ๆ สอดแทรกแง่คิดการใช้ชีวิต

“จริง ๆ แล้วความสุขไม่ได้อยู่ภายนอกตัวเรา แต่อยู่ที่ตัวเราเอง”

เนื้อหาทันสมัย เพราะตัวเอกเป็นหญิงยุคใหม่ ใช้ชีวิตความรักแบบคนทั่วไป บางทีอาจไม่มีใครยอมรับการที่แฟนมีกิ๊ก แต่ความจริงเป็นเรื่องปกติ เพราะอยู่เมืองใหญ่ ทุกคนเหงากันได้ เพียงแต่ว่าเราจะจัดการกับความเหงายังไง เพื่อไม่ให้หลงอยู่ในเงารักแบบเหงา ๆ

กชกร ชิณะวงศ์

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้เงิน 50,000 บาท พร้อมโล่ คือ “กชกร ชิณะวงศ์” ผู้ประพันธ์เรื่อง “ปล่อย” ที่ตัวเอกของเรื่องต้องพบกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้งน้องสาวและพ่อแม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตใหม่ เพื่อก้าวผ่านห้วงเวลานี้ไปให้ได้

“กชกร” บอกว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากการฟังเพลง “ปล่อย” ของหนุ่ม กะลา ซึ่งเป็นช่วงที่โควิดระบาด ทำอะไรก็ยาก เครียด รู้สึกว่าการใช้ชีวิตยากขึ้น ถ้าปลดปล่อยออกไปน่าจะดี และถึงเวลาที่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพื่อจะก้าวต่อไป

นภัทร สังสนา

สุดท้ายรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงิน 30,000 บาท พร้อมโล่ เป็นของ “นภัทร สังสนา” เจ้าของผลงาน “รอยเท้าบนกลีบดอกไม้” เล่าถึงตัวเอกที่มองเรื่องความรักเป็นความอิสรเสรี สัมพันธ์กับผู้ชาย 3 คน แต่ที่สุดก็ตกเป็นเหยื่อสังคม เป็นการตัดสินใจชั่ววูบที่ส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรม ฉะนั้นการดำเนินชีวิตของคนเราต้องระมัดระวังยิ่ง