THE CROWN บัลลังก์ หน้าที่ รักต้องห้าม ของราชวงศ์อังกฤษ

ซีรีส์เรื่อง เดอะ คราวน์ (The Crown) ซีซั่น 2 ของ Netflix มีกำหนดฉายวันที่ 8 ธันวาคมนี้ เหมาะพอเจาะกับช่วงที่ราชวงศ์วินด์เซอร์ แห่งสหราชอาณาจักร กำลังเป็นที่จับตามองมากอีกครั้ง (ซึ่งปกติก็เป็นราชวงศ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอยู่แล้ว) หลังจากมีแถลงการณ์เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงหมั้นกับแฟนสาว เมแกน มาร์เคิล นักแสดงสาวชาวอเมริกันที่เคยแต่งงานมาแล้วหนึ่งครั้ง

แม้ว่ารักต่าง ชนชาติต่างสัญชาติของเจ้าชายแฮร์รี่ไม่ถูกกีดกัน แต่เรื่องราวความรักของเจ้าชายสูงศักดิ์กับหญิงสาวสามัญชน ถูกนำเสนอตีแผ่อีกครั้ง พร้อมกับเชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตที่เป็นจุดเปราะบางของราชวงศ์อังกฤษ โดยเฉพาะที่เปราะบางอย่างยิ่งคือกรณีที่กษัตริย์มีพระราชประสงค์จะอภิเษก สมรสกับผู้หญิงที่เคยแต่งงานมาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ราชวงศ์และคริสตจักรแห่งอังกฤษไม่ยอมรับ

เดอะ คราวน์ เล่าถึงเบื้องลึกเบื้องหลังการครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งในซีซั่นแรกฉายให้เห็นถึงความเป็นมาก่อนจะขึ้นครองราชย์ และเบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญในต้นรัชสมัยเรื่องหนึ่งของราชวงศ์ที่ผู้คนสนใจ ก็คือ เรื่องความรักของกษัตริย์ เจ้าชายหรือเจ้าหญิงที่รักกับสามัญชน เป็นรักต้องห้ามที่ต้องเลือกระหว่างความรัก หน้าที่ ฐานันดรศักดิ์ ซึ่งมีให้เห็นหลายคู่ในซีรีส์เรื่องนี้

เดอะ คราวน์ ฉายให้เห็นตั้งแต่เรื่องราวของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 กษัตริย์รูปงามมากเสน่ห์ที่ทรงสละราชบัลลังก์เพื่อแต่งงานกับหญิงชาว อเมริกันที่เคยแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง

การสละราชสมบัติของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ส่งผลให้พระเจ้าจอร์จที่ 6 พระบิดาของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ต้องขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเชษฐา ซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระองค์และครอบครัวไปตลอดกาล

สมาชิกราชวงศ์อังกฤษต่างโกรธแค้นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ที่เกือบจะทำลายราชวงศ์ ทุกคนในราชวงศ์จึงถูกปลูกฝังให้ตระหนักในหน้าที่มากกว่าความรัก หรือสิ่งอื่นใด รักต้องห้ามครั้งต่อมาก็คือความรักของควีนเอลิซาเบธที่ 2 (ในขณะที่ยังเป็นเจ้าหญิงรัชทายาท) กับเจ้าชายฟิลิป พระสวามี เนื่องจากพระเจ้าจอร์จที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธพระราชชนนี ทรงไม่เห็นด้วยกับรักครั้งนี้ แต่ด้วยความที่เป็นเพียงความเห็นส่วนพระองค์ ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายหรือกฎของคริสตจักร เมื่อเจ้าหญิงทรงยืนกรานว่าต้องการคนรักคนนี้อยู่เคียงข้างบนราชบัลลังก์ จึงได้อภิเษกสมรสกันในที่สุด

ต่อมา ความรักที่ถือว่าอื้อฉาวมากครั้งหนึ่งก็คือความรักของเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต พระขนิษฐาของควีนเอลิซาเบธที่ 2 กับปีเตอร์ ทาวน์เซนด์ องครักษ์ของพระบิดา ที่รักกันในขณะที่ฝ่ายชายมีครอบครัวอยู่ ต่อมาปีเตอร์ ทาวน์เซนด์หย่ากับภรรยา แต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่ได้รับการยอมรับ เจ้าหญิงทรงขอพระบรมราชานุญาตแต่งงาน นำความกลุ้มพระทัยมาให้ควีนอย่างมาก ในฐานะประมุขคริสตจักรแห่งอังกฤษ พระองค์ไม่สามารถละเมิดกฎคริสตจักรอนุญาตให้พระขนิษฐาทรงแต่งงานกับชายที่ ไม่เหมาะสม จึงต้องให้เจ้าหญิงมาร์กาเร็ตรอจนพระชนมายุ 25 พรรษา ซึ่งตามกฎหมายเมื่อเจ้าหญิงพระชนมายุ 25 พรรษาจะสามารถแต่งงานได้โดยไม่ต้องขอพระบรมราชานุญาต นั่นหมายความว่าควีนจะไม่ได้มีส่วนรู้เห็นและไม่เสื่อมเสียกับการแต่งงานของเจ้าหญิง

เมื่อพระชนมายุครบ 25 พรรษา การแต่งงานก็ไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าหญิงจะแต่งงานได้ในเงื่อนไขว่าต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ และจะไม่ได้รับเงินรายปีในฐานะราชวงศ์อีก พระองค์จึงตัดใจจากความรักครั้งนี้ และนำมาซึ่งรอยร้าวในความสัมพันธ์ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าหญิงมาร์กาเร็ต

เรื่องราวความรักทั้ง 3 คู่ นำเสนอใน เดอะ คราวน์ ซีซั่น 1 ซึ่งดำเนินเรื่องราวในช่วงปีแรก ๆ ที่ควีนเสด็จขึ้นครองราชย์

ยุคหลังจากนั้นที่ซีรีส์เรื่องนี้ยังดำเนินมาไม่ถึง มีอีกหนึ่งรักต้องห้ามก็คือ ความรักของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส กับ คามิลลา (ดัชเชสแห่งคอร์นวอลในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นรักแรกฝังใจของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส เมื่อครั้งที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลสรักกับคามิลลานั้น

คามิลลาเป็นสาวสังคมที่ผ่านการเดตกับหนุ่ม ๆ มาแล้วมากหน้าหลายตา เธอจึงถูกตัดออกไปจากตัวเลือก “ว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท” ซึ่งหมายถึงคนที่จะเป็นพระราชินีในอนาคต

เจ้าฟ้าชายชาร์ลสทรงตระหนักดีถึงหน้าที่ของพระองค์จึงทรงปลีกตัวออกห่างคามิลลา และต่อมาคามิลลาแต่งงาน เจ้าฟ้าชายชาร์ลสเองก็เสาะหาสาวเวอร์จิ้นเหมาะสมที่จะมาเป็นพระชายา แต่สำหรับพระองค์แล้วไม่มีใครแทนที่คามิลลาได้ ความรักของทั้งคู่ไม่ได้จบลงไปตามสถานะ

ต่อมาเจ้าฟ้าชายชาร์ลสทรง อภิเษกสมรสกับไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ แล้วหย่าร้างกันในที่สุด เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2540 เจ้าฟ้าชายชาร์ลสและคามิลลาสานสัมพันธ์รักกันและทรงอภิเษกสมรสกันเมื่อปี พ.ศ. 2548 ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานรักทรหดที่ต้องใช้เวลาและอดทนรอคอยนานมาก

สำหรับใครที่สนใจเรื่องราชวงศ์วินเซอร์ ขอแนะนำซีรีส์ทีวีอังกฤษอีกหนึ่งเรื่องคือ The Royal House of Windsor ที่ฉายให้เห็นปัญหาภายในครอบครัวราชวงศ์ที่แทบไม่ต่างจากในบ้านของสามัญชน ทั่วไป

เรื่องความรักต้องห้ามของสมาชิกราชวงศ์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของเรื่องราวหลังราชบัลลังก์เท่านั้น แต่เนื้อเรื่องหลักของ เดอะ คราวน์นำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวทางการเมืองของอังกฤษและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของโลกที่มีอิทธิพลต่อโลกในช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งในซีซั่นที่ 2 จะถ่ายทอดเรื่องราวต่อจากช่วงแรกของการครองราชย์ถึงช่วงสิ้นสุดยุคอาณานิคม และการมาถึงของยุคปฏิวัติในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งน่าจะเข้มข้นไม่น้อยกว่าในซีซั่นแรก

Previous articleสุดยอดโมเมนต์ประทับใจ! คณะดุริยางค์ฯ ม.ศิลปากร จัดเซอร์ไพรส์เพลงที่ “ตูน” รักที่สุดในชีวิต
Next articleคู่หูใหม่ “รอยัล เอนฟิลด์” Interceptor-Continental GT