เสื้อ “แวนสัน” ผนึกรพ.ธนบุรี ทุ่ม 2,400ล้าน ตั้งรพ.หรูในเมียนมา

ปักธงย่างกุ้ง - บจ.แวนสัน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ "Vanson" ร่วมทุนกับเครือโรงพยาบาลธนบุรี และกลุ่มทุนของเมียนมา ก่อสร้างโรงพยาบาลที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เตรียมเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2561

ผู้ผลิตเสื้อ “แวนสัน” จับมือ ทุนเมียนมา-รพ.ธนบุรี ทุ่ม 2,300 ล้านบาท ผุดโรงพยาบาล Aryu International ย่างกุ้ง เตรียมเปิดบริการเฟสแรก พ.ค. 61

นายยศธน กิจกุศล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แวนสัน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ “Vanson” และประธานบริษัท GMP จำกัด ห้างค้าปลีกเมียนมา กล่าวว่า ขณะนี้ได้ลงทุนก่อสร้างโรงพยาบาล “อายุ อินเตอร์เนชั่นแนล ฮอสพิทอล” (Aryu International Hospital) ขึ้นที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เป็นการร่วมทุนกับเครือโรงพยาบาลธนบุรี และกลุ่มทุนของเมียนมา โดยบริษัทแวนสันถือหุ้น 50% ส่วนโรงพยาบาลธนบุรีถือหุ้น 40% และนักลงทุนเมียนมาถือหุ้น 10% ซึ่งขณะนี้ได้ลงทุนก่อสร้างเฟสแรกไปแล้วใช้งบประมาณ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,300-2,400 ล้านบาท) เป็นโรงพยาบาลขนาด 200 เตียง มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2561 หลังจากนั้นเตรียมจะลงทุนเฟส 2 ซึ่งวางแผนจะก่อสร้างเป็นศูนย์บริการเลเซอร์ และศูนย์รักษามะเร็งต่อไป


“สาเหตุที่ลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลเพิ่ม จากเดิมที่ทำธุรกิจเสื้อผ้า เพราะบริษัทมีความใกล้ชิดกับกลุ่มนักลงทุนเมียนมาพอสมควรเพราะเริ่มไปร่วมทำ ธุรกิจค้าปลีกในเมียนมาตั้งแต่ปี 2537 จึงเห็นถึงโอกาสธุรกิจบริการโรงพยาบาลในเมียนมาว่ามีโอกาสเติบโตได้ เพราะปัจจุบันมีชาวเมียนมาเดินทางเข้ามารับการรักษาในประเทศไทยเป็นอันดับ 1 เราจึงมองเป็นโพซิชั่นที่จะสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ให้ได้การรับรองมาตรฐาน Joint Commission International (JCI) ซึ่งเป็นมาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล ซึ่งปัจจุบันในย่างกุ้ง ยังไม่มีโรงพยาบาลเอกชนลักษณะนี้ มีเฉพาะที่นำอาคารอพาร์ตเมนต์เก่า โรงแรมเก่ามาปรับปรุง หรือไม่ก็เปิดเป็นคลินิก อย่างโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เช่น บำรุงราษฎร์, กรุงเทพ แต่การลงทุนครั้งนี้เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งแรก โดยมีทีมแพทย์จากไทย และมีนักลงทุนเมียนมา ซึ่งเป็นกลุ่มแพทย์เมียนมาที่มีความเชี่ยวชาญสูง เข้าร่วมหุ้นกัน 40 ราย ส่วนเป้าหมายการคืนทุนของโรงพยาบาลแห่งนี้คงจะใช้ระยะหลายปี”

นาย ยศธนกล่าวถึงทิศทางตลาดและภาพรวมเศรษฐกิจเมียนมาว่า แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เมียนมาจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกบ้าง แต่เมียนมาอาศัยรายได้จากเงินลงทุนตรงที่เข้าไปเป็นหลัก หากรัฐบาลเมียนมาปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนจูงใจนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ตลาดเมียนมามีทิศทางจะเติบโตขึ้น ประชากรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถซื้อสินค้าราคาสูงขึ้นได้ เท่าที่ประเมินจากพาร์ตเนอร์ของ บริษัท แวนสัน คือ บริษัท Ga Mone Pwint จำกัด หรือ GMP ซึ่งประกอบธุรกิจห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าที่อยู่ลำดับท็อป 3 ของเมียนมา มีที่ตั้ง 5 สาขา และยังมีธุรกิจโรงแรมอีก เห็นว่าทาง GMP มีแผนจะขยายสาขาห้างค้าปลีกอีก 2-3 สาขา เพิ่มขึ้นใน 2 ปีข้างหน้า จึงคาดหวังว่าตลาดเมียนมาจะเติบโตขึ้นกว่านี้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

ทางบริษัท GMP พร้อมพิจารณาผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปค้าขายในเมียนมา โดยยินดีช่วยจัดกิจกรรมรายการส่งเสริมการขาย (in store promotion) สำหรับสินค้าไทย เช่น โอเอซิส ปาโก้ โดยเบื้องต้นคนที่สนใจต้องเข้าไปสำรวจตลาดก่อน ซึ่งที่ผ่านมาเคยรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน ที่ประสานไปให้ทางห้างจัดกิจกรรม นอกจากเสื้อผ้าเครื่องหนัง มีสินค้าอื่น ๆ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ โอกาสขยายการส่งสินค้าไปยังเมียนมามีแนวโน้มเติบโต เพราะกฎระเบียบในการผลิตและจำหน่ายไม่เข้มงวด ยังน้อยกว่าไทย เปรียบเทียบค่าจีพีในห้างค้าปลีกที่เมียนมาเพียง 18% ที่ประเทศไทย 30-40% เป็นจุดที่ควรจะพิจารณา