“กฤษฎา” ชี้ปฏิรูปเกษตรคือทางรอดไทย พลิกวิกฤต “ยางตก” เป็นโอกาสหาตลาดอเมริกาใต้ทำยางรถ

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเด็นปาฐกถาในงาน “Thailand Take Off 2018” โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ว่า ตอนรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใหม่ๆ หลายคนแปลกใจว่า ทาไมปลัดมหาดไทย ถึงได้มาเป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ ตนเป็นลูกเกษตรกรเมืองแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา บ้านเกิดอยู่ภาคตะวันออก รับราชการในกระทรวงมหาดไทย เป็นนายอำเภออยู่ภาคเหนือ แล้วย้ายไปภาคกลาง ต่อมาก็ลงใต้ไปยะลา เรียกว่า เหนือจรดใต้ไปมาหมด เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร

นายกฤษฎากล่าวว่า ประชากรโลกกว่า 7,500 ล้านคน ตามตัวเลขของสหประชาชาติ ยังมีคนอดอยากกว่า 2,000 ล้านคน ขณะที่เศรษฐกิจโลก สหรัฐอเมริกาตลาดหุ้นดี ประเทศฟื้นตัว จีนผู้นำเก่ง นโยบายดี เช่น วันเบลท์ วันโรด เศรษฐกิจดี แค่ 2 ประเทศนี้ ก็เห็นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ประกอบกับจีน อินเดีย จับมือกัน ทำให้ตลาดเอเชียมีผู้บริโภคกว่า 3,500 คน ขณะที่ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน ศูนย์กลางระบบคมนาคมขนส่ง พื้นฐานแข็งแกร่ง ไทยไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร เป็นมิตรกับทุกประเทศ มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ 1 ใน 3 ของประชากร หรือ 29.53 ล้านคน คิดง่ายๆ เดินสวนกัน 3 คน 1 คนเป็นเกษตรกร ในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรยากจน 3.9 ล้านคน นึกง่ายๆ คน 3.9 ล้านคน มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อคนต่อปี เกษตรกรไทยเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนต่ำ เพราะสภาพดินฟ้าอากาศ ฝนแล้ง น้ำท่วม โรคระบาด และที่สำคัญนโยบายทางการเมือง วันนี้ปัญหาภาคเกษตรที่เผชิญ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด ทำเกษตรกรรมไม่ร่ำรวย มีหนี้สินซ้ำซาก ต้นทุนสูง คุณภาพต่ำ ประสบภัยแล้ง น้ำท่วม เกษตรกรไทยยังขาดปัจจัยสาคัญ 3 ด้าน คือ ขาดความรู้ ขาดเงินทุน และไม่มีตลาด ทางเดียวที่จะรอดพ้นวิกฤต คือ ปฏิรูปภาคการเกษตรโดย ยึดมั่นตามแนวทางหลักการทรงงานและพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9

“ยางพาราเราผลิตได้ราว 4 ล้านตันต่อปี แต่ใช้ยางกันในประเทศเพียงแค่ 5 แสนตันเท่านั้น อีก 3 ล้านกว่าตันหรือ กว่า 80% ส่งออก นั่นหมายความว่า พึ่งพิงตลาดต่างประเทศมากยางพาราจากที่เคยขายกันได้ 100 กว่าบาทเมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้ว วันนี้ลดลง ไม่ถึง 50 บาท เขาว่านี่คือ วิกฤติของยางพารา แต่สาหรับผม นี่คือ โอกาส ที่ทำให้ตื่นรู้ว่า การพึ่งเพียงแต่การส่งออกวัตถุดิบไปต่างประเทศไม่ทำให้เราอยู่ได้ อย่างมั่นคงและยั่งยืน ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ได้ให้แนวทางไว้ว่า รัฐบาลจะน้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ เราต้องพึ่งตัวเองให้ได้ ดังนั้น สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้เปลี่ยนวิธีคิด วิธีบริหารจัดการใหม่ วางแผนการผลิตให้อุปสงค์ อุปทานเกิดความสมดุล และที่สำคัญคือ โอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ จากวัตถุดิบที่มีคุณภาพที่เราผลิตได้เอง ทุกวันนี้ไม่ใช่คนทั้งโลกจะมีรายได้เพียงพอที่จะหาซื้อรถมาใช้ นั่นหมายความว่า ตลาดโลก ยังไม่อิ่มตัว เศรษฐกิจโลกโตขึ้น คนมีรายได้มากขึ้น หมายถึงคนที่มีกำลังซื้อพอจะซื้อรถ ก็จะมีมากขึ้น จีน ยุโรปตะวันออก แอฟริกา 70% ของยางพารา นำไปใช้ผลิตยางรถยนต์ ฉะนั้น โอกาสของยางพารายังมีอีกมาก แต่เราจะได้ประโยชน์จากโอกาสนั้นมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเราเตรียมพร้อมมาดีหรือ ถ้าเรายังเคยชินอยู่กับวิถีเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง คือ มุ่งขายแต่วัตถุดิบ ผลประโยชน์ที่จะได้ก็ เพียงเล็กน้อย แต่ถ้าสร้างให้เกิดห่วงโซ่อุปทาน ที่เพิ่มมูลค่ามากขึ้น เปลี่ยนจากขายในรูปน้ำยางสด หรือยางแผ่น ยางแท่ง เป็นขายในรูปยางรถยนต์มูลค่าก็เพิ่มสูงขึ้น เงินที่ได้ก็มากขึ้น”นายกฤษฎากล่าว

นายกฤษฎากล่าวว่า การเกษตรคือพื้นฐานของประเทศ ฉะนั้นถึงเวลาปฏิรูปภาคเกษตรกษตรกรทำอะไรต้องขายได้ เพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ ทุน และตลาด วันนี้เกษตรจับมือกับพาณิชย์ ตนไปมอบนโยบายในส่วนภูมิภาคให้กับทั้งข้าราชการเกษตร พาณิชย์ ธกส. หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” จะทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่าตัว ภายในปี 2565 และในปี 2570 เรามี โรดแมปที่จะให้เกษตรกรที่ยากจน 3.9 ล้านคน หมดไป จะมีสินค้าเกษตรปลอดภัยให้ได้ 100% ภายในปี 2565 และภายในปี 2570 จะผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 60% ของผลผลิตที่ได้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ เราสร้างคนรุ่นใหม่มาเป็น”ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ “ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน มี 7,598 ราย และยังมุ่งเน้นให้เขาเป็นผู้ประกอบการ ด้านการเกษตร สร้างระบบสหกรณ์การเกษตรที่เข้มแข็ง และวิสาหกิจชุมชนให้เป็น ที่พึ่งของเกษตรกร เราจะไม่หยุดยั้งที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เป็นที่ยอมรับให้เกิดขึ้นกับ สังคมไทยต่อไป และกำลังจะสร้างระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตร เพื่อการบริหารจัดการด้านการเกษตรที่ถูกต้อง แม่นยำ วันนี้กระทรวงเกษตรฯได้เตรียมพร้อมวางระบบการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรือ อีอีซี เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว และเร่งขยายพื้นที่เขตชลประทาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ได้น้อยกว่า 30% ปัจจุบันมีอยู่เพียง 10%ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เขียนแผนงานเสร็จแล้ว เกษตรกรรมจะเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ผลผลิตและสินค้าเกษตรจะถูกชี้นำโดยตลาด อาชีพเกษตรจะเป็นอาชีพที่มีวัยรุ่น วัยหนุ่มสาวเข้ามามากขึ้น ในอนาคตอาชีพเกษตรจะสร้างฐานะที่มั่นคง มั่งคั่ง แม้คนที่จบการศึกษาระดับสูงจะเข้ามา ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นที่รัก คนที่จบการศึกษาใหม่ จะเลือกเป็นข้าราชการกระทรวงเกษตรมาเป็นอันดับหนึ่ง

นายกฤษฎากล่าวว่า ประชุมทูตเกษตร 8 ประเทศ 11 แห่งทั่วโลก เน้นย้ำให้ต้องทำาหน้าที่ ติดตามสถานการณ์ด้านเกษตรในพื้นที่ที่รับผิดชอบทั้งรายงานสถานการณ์และ ความต้องการสินค้าเกษตรในประเทศนั้น ๆ และให้ข้อมูลข่าวสารด้านเกษตรที่ถูกต้อง พร้อมทั้งแสวงหาช่องทางการค้า ตลาดใหม่ เชื่อมตลาดโลก อาทิ ยางพารา เรายังไม่เคยขายแถวอเมริกาใต้ เม็กซิโก ซึ่งมีความต้องการใช้ยางพาราสูงมากเช่นกัน และสำคัญเน้นย้าว่า คนเกษตรต้องไม่ลืมคำว่า “ตลาดนำการผลิต” ต้องร่วมมือกับ ผช.ทูตพาณิชย์อย่างแข็งขัน มุ่งมั่นหาดีมานต์สินค้าเกษตรมา แล้วเราจะไปบอกเกษตรกรว่า มีออเดอร์สินค้าตัวนี้เท่านี้ ตัวนั้นเท่านั้น และคนเกษตรต้องเข้าไป สอนควบคุมคุณภาพ และประสานการจำหน่ายร่วมกับพาณิชย์ เราต้องทำให้สำเร็จให้ได้ อาเซียนและไทยจึงเป็นจุดเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของโลก ดังนั้นประเทศไทย ยังมีโอกาสอีกมาก

“ถ้าภาคเกษตรไทยสามารถปรับตัวได้ทันเชื่อว่า “เทคออฟ ไทยแลนด์” ประเทศไทย พุ่งไปข้างหน้าได้อีกไกล และภาคเกษตร ที่จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อนประเทศไทย เพราะเราคือ “ต้นทาง” จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ทุกคนในกระทรวงเกษตรฯพร้อมแล้วที่จะขึ้นเครื่องบินลำนี้ไปกับรัฐบาลชุดนี้ เป็นเครื่องบินลำใหม่ กัปตันที่เป็นมืออาชีพ และสภาวะอากาศที่เอื้ออำนวย เพื่อให้ไปถึงปลายทางได้อย่างที่ตั้งใจไว้พร้อมกันทุกคน โดยจะไม่มีผู้โดยสารคนใดตกค้าง ขอนำคำพูดพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีย้ำเตือนอีกครั้งว่า “เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน สตรองทูเก็ตเตอร์ และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง””รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯกล่าว

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ