“สนธิรัตน์”หารือรัฐ-เอกชนทำแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจจ.กาญจนบุรี

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารประชุมร่วมกับภาครัฐและเอกชน ทำแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดกาญจนบุรี ยันพาณิชย์มีนโยบายดูแลสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลังและข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ทั้งการดูแลราคาและการเชื่อมโยงตลาดรองรับผลผลิต พร้อมหนุนผู้ประกอบการขยายการค้าชายแดนกับเมียนมา ดันจุดผ่านแดนบ้านพุร้อนเป็นช่องทางการค้าใหม่ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ชุมชนรองรับการท่องเที่ยวที่ขยายตัว



นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมการประชุมแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดกาญจนบุรีร่วมกับผู้แทนภาครัฐและเอกชน ณ โรงแรมริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อผนึกกำลังกันในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด ทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและผลไม้แปรรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็งของจังหวัดกาญจนบุรี การพัฒนาการค้าชายแดน และการพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจชุมชน เพื่อให้มีขีดความสามารถในการเชื่อมโยงเข้ากับการท่องเที่ยว


ทั้งนี้ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและผลไม้แปรรูป กระทรวงฯ พร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการ เพราะจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด ส่วนปศุสัตว์ก็มีการเลี้ยงไก่ เป็ด สุกร โค และแพะ โดยในการดูแลราคาสินค้าเกษตร กระทรวงฯ มีแผนที่จะเข้าไปดูแลทั้งการลดต้นทุน การหาตลาดรองรับ ซึ่งผลการดำเนินการที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น


“ผลจากการที่เข้าไปส่งเสริมและเชื่อมโยงตลาดให้กับเกษตรกร สามารถทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงตลาดข้าวคุณภาพดี และข้าวที่มีลักษณะเด่นของจังหวัด จนทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น ส่วนมันสำปะหลังและข้าวโพด ได้ส่งเสริมให้มีการทำมันเส้นสะอาด และเชื่อมโยงตลาดกับผู้ซื้อให้ รวมถึงข้าวโพด ทำให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น ส่วนการแปรรูปผลไม้ กระทรวงฯ ก็พร้อมสนับสนุน และได้ทำการเชื่อมโยงตลาดให้ ทั้งการใช้เครือข่าย Biz Club , ฟาร์ม เอ้าเล็ต และตลาดต่างๆ ที่กระทรวงฯ ส่งเสริม”นายสนธิรัตน์กล่าว


นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ในด้านการสนับสนุนการค้าชายแดน กระทรวงฯ พร้อมที่จะส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการในจังหวัดขยายการค้า การลงทุนกับเมียนมาให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกที่ยัง มีโอกาสสูงมาก และเห็นด้วยกับข้อเสนอของภาคเอกชนที่อยากให้มีการผลักดันจุดผ่านแดนบ้านพุร้อนเป็นช่องทางค้าขาย เพื่อที่จะส่งเสริมให้มีการค้าขายระหว่างกันเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเห็นด้วยกับการสนับสนุนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรี โดยพร้อมที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิต และพร้อมที่จะช่วยหาตลาดรองรับสินค้า ให้ด้วย
ส่วนการพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน เพื่อรองรับการท่องเที่ยว กระทรวงฯ เห็นว่าจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทั้งสะพานข้ามแม่น้ำแคว การล่องแพ เที่ยวเขื่อน หรือ การท่องเที่ยวในชุมชน โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท หากสามารถพัฒนาผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถในการรองรับการท่องเที่ยว ทั้งการเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้า การผลักดันให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยว จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฐานรากได้ดีขึ้น