ราคาน้ำมันดิบ (11 ต.ค. 66) ปรับลด จับตาดูสถานการณ์อิสราเอลและกลุ่มฮามาส

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังตลาดจับตาดูสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส

วันที่ 11 ตุลาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังพุ่งขึ้นกว่า 4% ในช่วงก่อนหน้า หลังตลาดชะลอตัวเพื่อจับตามองสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงกับอุปทานน้ำมันดิบในตลาด เนื่องจากอิสราเอลผลิตน้ำมันดิบได้น้อย แต่หากความขัดแย้งขยายวงกว้างจากฉนวนกาซาไปสู่ภูมิภาคอื่น อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันดิบแถบตะวันออกกลางในท้ายที่สุด

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 10 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 85.97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.41 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 87.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.50 เหรียญสหรัฐ

               

ผลกระทบของความขัดแย้งอาจส่งผลต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน โดยนักวิเคราะห์จาก CBA มองว่าหากสหรัฐ พบว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีของกลุ่มฮามาส อิหร่านอาจต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงมากเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 90-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ แต่หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อาจพุ่งสูงเกินกว่านั้น

อย่างไรก็ดี อุปทานน้ำมันดิบอาจคลายความตึงตัวได้บ้าง จากการเจรจาระหว่างเวเนซุเอลาและสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผ่อนปรนการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา โดยสหรัฐอาจอนุญาตให้บริษัทน้ำมันต่างชาติบางแห่งรับน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขความต้องการใช้น้ำมันเบนซินของอินเดียปรับลดลงกว่า 1.14% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าเนื่องจากช่วงมรสุม ขณะที่ตลาดคาดว่าจีนมีแนวโน้มส่งออกน้ำมันต่อเนื่องในเดือน พ.ย.- ธ.ค.

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เมื่อรัสเซียกลับมาส่งออกน้ำมันดีเซลอีกครั้ง หลังการยกเลิกห้ามส่งออกน้ำมัน ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลของอินเดียปรับลดลงกว่า 2.65% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า