“เศรษฐา” ระดมปราบหมูเถื่อน รักชัยห้องเย็นแจ้งความชิปปิ้งแอบอ้างชื่อ

แจ้งความหมูเถื่อน

หมูเถื่อนพ่นพิษ “รักชัยห้องเย็น” ออกโรงโต้ไม่ใช่คลังเก็บหมูเถื่อน 282 ตู้ ลุยแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด 2 ชิปปิ้ง “มายเฮ้าส์ เทรดดิ้ง-กันตาไทยโฟรเซ่นฟิช” ระบุในเอกสารอ้างชื่อห้องเย็น สร้างความเสื่อมเสียให้ธุรกิจ ยืนยันขั้นตอนการรับฝากมีการตรวจสอบเข้มงวดทุกกระบวนการ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ประกาศเพิ่มความเข้มข้นนโยบายการปราบปรามสินค้าเกษตรนำเข้าแบบผิดกฎหมายหรือสินค้าเกษตรเถื่อน ที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรในประเทศไทย

ทางด้านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยได้มีการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ พญานาคราช โดยมีข้าราชการถึง 50 ราย ทั้งในและนอกกระทรวง มาช่วยปราบสินค้าเกษตรเถื่อน และขึ้นทะเบียนห้องเย็นทั่วประเทศ

ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ตรวจและขยายผลการจับกุมสินค้าเกษตรเถื่อนต่อเนื่องโดยนำคณะเข้าตรวจค้นห้องเย็นของบริษัท รักชัยห้องเย็น จำกัด จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 จากการให้การของบริษัทชิปปิ้ง 2 รายที่ถูกจับกุม ให้การระบุว่าได้ฝากเก็บชิ้นส่วนสุกรที่ลักลอบนำเข้าผิดกฎหมายโดยสำแดงเป็นสินค้าอาหารทะเลเก็บไว้ในห้องเย็นของบริษัทดังกล่าวถึง 282 ตู้

ล่าสุด นายเศรษฐพงศ์ กตัญญูคุณานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักชัยห้องเย็น จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณี DSI เข้ามาตรวจสอบห้องเย็นตามที่บริษัทชิปปิ้งกล่าวอ้างแต่ไม่พบสินค้าผิดกฎหมาย และบริษัทรักชัยไม่ได้รู้จักกับชิปปิ้งทั้ง 2 รายมาก่อนและไม่ได้รับฝากเก็บเนื้อสัตว์ดังกล่าว

“เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้กับบริษัท รักชัยฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะไม่เคยรู้จัก จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับบริษัทเทรดดิ้ง 2 ราย ตามชื่อที่ปรากฏเป็นข่าวคือ บริษัท มายเฮ้าส์ เทรดดิ้ง จำกัด และ หจก.กันตาไทยโฟรเซ่นฟิช ซึ่งเป็นเจ้าของเนื้อสัตว์ลอตนั้น”

โดยบริษัทรักชัยฯ​ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ พ.ต.ท.อุนุพงศ์ ศิริทร พนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566

อีกด้านนายลือศักดิ์ ลือสุขประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท รักชัยห้องเย็น จำกัด พร้อมด้วย นางกนกธราธร ลือสุขประเสริฐ เลขานุการประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ได้แถลงข่าวและออกแถลงการณ์ ข้อเท็จจริงการเก็บเนื้อและชิ้นส่วนสุกร ผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566

โดยระบุว่า ตามที่ DSI นำคณะมาตรวจสอบ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่บริษัท รักชัยห้องเย็น จำกัด ถูกแอบอ้างชื่อและสร้างเอกสารปลอมโดยบริษัทชิปปิ้ง ที่เป็นเจ้าของสินค้า ซึ่งได้กล่าวหาว่าบริษัท รักชัยฯ มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการเป็นสถานที่จัดเก็บสินค้านำเข้าผิดกฎหมาย ซึ่งในที่นี้คือ เนื้อและชิ้นส่วนสุกร (หมู) 282 ตู้

โดยจากการตรวจสอบของ DSI และหน่วยงานราชการอีกหลายหน่วย ปรากฏว่าไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ ภายในห้องเย็นของบริษัท ตามที่มีการกล่าวอ้างข้างต้น นอกจากนี้ทาง DSI ยังพบว่า เอกสารต่าง ๆ ที่บริษัทนำเข้าสินค้ารายนั้นได้นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรมประมงในครั้งนั้น เป็นเท็จ มีการปลอมแปลงขึ้นมา

โดยระบุว่าเป็นสินค้าประเภทหัวปลาแซลมอน และมีการแอบอ้างใช้ชื่อ บริษัท รักชัยห้องเย็น จำกัด ซึ่งการถูกแอบอ้างตามที่กล่าวมาข้างต้นได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นของลูกค้าและคู่ค้าที่มีต่อบริษัทเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงได้ให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการแจ้งความเอาผิดต่อผู้กล่าวอ้างอย่างถึงที่สุด

“บริษัทขอยืนยันว่า มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการเป็นสถานที่จัดเก็บเนื้อและชิ้นส่วนสุกร (หมู) ผิดกฎหมายแต่อย่างใด ที่ผ่านมาบริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดหลักความถูกต้องในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้ลูกค้าและคู่ค้าทุกรายมั่นใจในคุณภาพของเรา สำหรับขั้นตอนการรับฝากสินค้านั้น ลูกค้าจะต้องมีเอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ มิฉะนั้นบริษัทจะไม่สามารถรับฝากสินค้านั้นได้”

สำหรับบริษัท รักชัยห้องเย็น จำกัด เป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมงานบริการรับฝากอาหารแช่แข็ง ที่ดำเนินงานมามากกว่า 40 ปี มีพื้นที่จัดเก็บกว่า 40,000 ตัน บริษัทมีนโยบาย Smart Green Cold Storage จึงเป็นผู้บุกเบิกรายแรกที่นำเทคโนโลยี การจัดการคลังสินค้าแบบอัตโนมัติ (AS/RS) มาใช้ในคลังห้องเย็นสาธารณะ

และใช้สารทำความเย็นประเภทคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แทนแอมโมเนีย (NH3) ทำให้สามารถคงคุณภาพของสินค้าที่จัดเก็บโดยไม่มีโอกาสที่สินค้าจะเจือปนกับสารอันตราย (แอมโมเนีย) ได้


อีกทั้งทางบริษัทยังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงเรื่องความยั่งยืน จึงได้นำระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้เป็นรายแรก ๆ ของวงการธุรกิจห้องเย็นในประเทศไทยด้วย