กยท.เข้ารับซื้อยาง รองรับผลผลิต ธ.ค. 2566 ออกสู่ตลาด 6 แสนตัน

กยท. เผยปริมาณยางคาดจะออกสู่ตลาดในเดือนธันวาคม 2566 นี้ 6 แสนตัน ชี้ เร่งสร้างเสถียรภาพราคายาง พร้อมดันโครงการชะลอการขายยางฯ และเข้ารับซื้อยางก้อนถ้วย ผ่านตลาด กยท. ขณะที่ ราคายางในภาพรวมปรับลดลงเล็กน้อย

วันที่ 12 ธันวาคม 2566 นายเพิก เลิศวังพง คณะทำงานเพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกษตรและสหกรณ์ในการบริหารจัดการยางพารา เปิดเผยว่า สำหรับนโยบายผลักดันให้ราคายางทุกชนิดรวมถึงยางก้อนถ้วยเกิดเสถียรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ธ.ค. – ม.ค. ของทุกปี ที่มีปริมาณผลผลิตยางออกสู่ตลาดมากขึ้น

โดยคาดว่าในเดือนธันวาคม 2566 นี้ จะมีปริมาณยางประมาณ 6 แสนตัน เนื่องมาจากสภาพอากาศหนาวเย็น ส่งผลให้ต้นยางมีปริมาณน้ำยางมากขึ้นกว่าช่วงอื่น ๆ ของปี

รายงานของกองการยาง กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ปริมาณยางคงเหลือในประเทศเดือนตุลาคม 2566 ลดลง 17% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ดังนั้นปริมาณยางในเดือนธันวาคม 2566 นี้ จะน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม การให้การยางแห่งประเทศไทย เตรียมมาตรการรองรับ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางควบคู่กับการมุ่งให้เกิดเสถียรภาพด้านราคายาง

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กทย) กล่าวว่า  กยท. ได้เดินหน้าเตรียมมาตรการรองรับเพื่อสร้างเสถียรภาพราคายาง โดยเฉพาะยางก้อนถ้วย ผ่านการดำเนินโครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง เป็นการควบคุมไม่ให้ปริมาณยางพาราออกสู่ตลาดมากจนเกินความต้องการ โดยเกษตรกรชาวสวนยางก็สามารถเก็บผลผลิตยางไว้จำหน่ายในช่วงระดับราคาที่พอใจ

สุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)

โดยในปีนี้ กยท.ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฯ และสามารถดำเนินการได้ทันที โดยตั้งเป้าหมายสามารถช่วยดูดซับปริมาณยางได้มากถึง 80,000 ตัน ดังนั้นสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่มีความพร้อมสามารถรวบรวมยางก็สมัครเข้าร่วมโครงการชะลอยางได้

“อีกส่วนหนึ่งคือการรับซื้อยางผ่านตลาดกลางยางพาราของ กยท. และตลาดเครือข่ายที่ตั้งกระจายครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งหน่วยธุรกิจของ กยท. เราก็มีความพร้อมที่จะเข้าซื้อยางของสถาบันเกษตรกรผ่านระบบซื้อขายยาง Thai Rubber Trade (TRT) ในราคาที่เป็นธรรมกับผู้ขาย เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายราคายางที่ท่านรัฐมนตรีว่าการฯประกาศไว้” นายสุขทัศน์ กล่าว

ราคายางพารา

รายงานจาก การยางแห่งประเทศไทย ระบุว่า ราคายางพารา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566  ราคายางแผ่นดิบ เฉลี่ยอยู่ที่ 50.35 บาทต่อกิโลกรัม  น้ำยางสด (ณ โรงงาน) เฉลี่ยอยู่ที่ 52 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 เฉลี่ยอยู่ที่ 54 บาทต่อกิโลกรัม  ส่วนราคา FOB เฉลี่ยอยู่ที่ 59.51 บาทต่อกิโลกรัม