อุทยานอเมซอน แลนด์มาร์กใหม่ลำปาง เสริมห่วงโซ่คุณค่าคาเฟ่ อเมซอน

ดิษทัต ปันยารชุน
ดิษทัต ปันยารชุน

OR เสริม Supply chain กาแฟ เดินหน้าพัฒนา “ลำปาง” สร้าง ”อุทยานอเมซอน“ หนุนเมืองรอง กระตุ้นเศรษฐกิจ คาด 3-5 ปี พร้อมเปิดให้เข้าชม เตรียมชงงบลงทุนเข้าบอร์ดอีก 3 เดือนข้างหน้า

วันที่ 17 มกราคม 2567 นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวในงาน OR Sustainability : SDG In Action ว่า บริษัทมีแผนลงทุนเพาะปลูกกาแฟเองอย่างจริงจัง นอกเหนือจากการสนับสนุนเกษตรกรเพาะปลูกกาแฟที่จังหวัดเชียงใหม่ น่าน ชุมพร และแม่ฮ่องสอน

โดย OR เตรียมเสนอคณะกรรมการบริษัทในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้ เพื่ออนุมัติโครงการอุทยานอเมซอน (Amazon Park) บนพื้นที่ 600 ไร่ในจังหวัดลำปาง เพื่อพัฒนา วิจัย และเพาะพันธุ์ต้นกล้ากาแฟที่มีคุณภาพที่ดี ฯลฯ

โครงการ Amazon Park จะทำให้ OR มีกาแฟที่แตกต่างจากคู่แข่ง เนื่องจากบริษัทจะร่วมกับสถาบันการศึกษาเพื่อคัดเลือกพันธุ์กาแฟที่ดี มีคุณภาพมาเพาะปลูก และส่งมอบต้นกล้าเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้เพาะปลูก โดย OR พร้อมรับซื้อเมล็ดกาแฟในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งต้นกาแฟพันธ์ุอราบิก้า จะต้องปลูกใต้ร่มไม้ใหญ่เท่ากับเป็นการส่งเสริมปลูกป่าด้วย รวมทั้งยังลดการนำเข้ากาแฟจากต่างประเทศด้วย

สำหรับโครงการ Amazon Park จะพัฒนาเป็น 2 เฟส เฟสละ 300 ไร่ ซึ่งเฟสแรกจะเริ่มในปี 2567 ขณะนี้ บริษัทได้ปรับปรุงพื้นที่และขุดบ่อน้ำเพื่อใช้ในการเพาะปลูกกาแฟ คาดว่าจะเปิดอย่างเป็นทางการเพื่อให้ประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวเยี่ยมชมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

“สาเหตุที่เลือกจังหวัดลำปาง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ เนื่องจาก OR มีคลังอยู่ที่ลำปางและมีพื้นที่เอง 600 ไร่ ซึ่งการทำ Amazon Park เพื่อพัฒนา วิจัย และเพาะพันธุ์กาแฟ นับเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดลำปาง ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและยกระดับเศรษฐกิจเมืองรอง ตลอดจนสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น” นายดิษทัตกล่าว


ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการบริโภคเมล็ดกาแฟมากถึง 80,000 ตันต่อปี แต่ไทยมีกำลังผลิตเมล็ดกาแฟเพียง 20,000 ตันต่อปี โดยคาเฟ่ อเมซอน ที่ถือว่าเป็นผู้บริโภคเมล็ดกาแฟรายใหญ่ มีความต้องการมากถึง 6,000 ตันต่อปี ดังนั้น Amazon Park จะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตกาแฟในไทยเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ตันต่อปี และยังสามารถทำคาร์บอนเครดิตได้ด้วย