เปิดรายชื่อ 4 บริษัท ตรวจสอบศัตรูพืชได้แล้วแทนกรมวิชาการเกษตร

เปิดรายชื่อ 4 บริษัท ตรวจสอบศัตรูพืชได้แล้วแทนกรมวิชาการเกษตร

กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าดันไทยเป็นผู้นำผลิตเมล็ดพันธุ์ผักเขตร้อนคุณภาพสูงของโลก ไฟเขียวห้องปฏิบัติการภาคเอกชนร่วมตรวจสอบศัตรูพืช ผ่าน 4 บริษัท “มอนซานโต้ ซีดเทสท์แล็บส์เอเชีย เจียไต๋ อีสท์เวสท์ซีด” ตั้งเป้าส่งออกเมล็ดพันธุ์กว่าหมื่นล้านบาทต่อปี

วันที่ 17 มกราคม 2567 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ออก “ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช และใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งต่อ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565” ซึ่งกำหนดให้การตรวจสอบศัตรูพืชเพื่อประกอบการพิจารณาออกใบรับรองสุขอนามัยพืช สามารถดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการที่กรมวิชาการเกษตรยอมรับความสามารถ

ซึ่งขณะนี้มีห้องปฏิบัติการเอกชนที่ได้รับการยอมรับความสามารถ เป็นห้องปฏิบัติการตรวจสอบศัตรูพืชโดยกรมวิชาการเกษตร และได้ออกหนังสือรับรองให้แล้ว 4 บริษัท คือ

บริษัท มอนซานโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ซีด เทสท์ แล็บส์ เอเชีย จำกัด บริษัท เจียไต๋ จำกัด และล่าสุดห้องปฏิบัติการของบริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ได้ผ่านการประเมินความสามารถห้องปฏิบัติการตรวจสอบศัตรูพืชจากกรมวิชาการเกษตรแล้ว

ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจสอบเชื้อโรคพืชในพืช และผลิตผลพืชเพื่อประกอบการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชนั้นดำเนินการโดยกลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เท่านั้น โดยในปี 2566 ประเทศไทยส่งออกเมล็ดพันธุ์ ไปจำหน่ายยังต่างประเทศ รวม 25 ประเทศ จำนวน 36,917.88 ตัน คิดมูลค่า 9,254.47 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกปี โดยเมล็ดพันธุ์ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุดใน 3 ลำดับแรกได้แก่ เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด เมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ และเมล็ดพันธุ์ดาวเรือง

กรมวิชาการเกษตร จึงมีนโยบายถ่ายโอนภารกิจด้านการตรวจสอบโรคพืชให้ห้องปฏิบัติการเอกชนหรือหน่วยงานอื่นเป็นผู้ดำเนินการแทน แต่ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตรในฐานะที่เป็นองค์การอารักขาพืชแห่งชาติ

“การรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตรวจสอบศัตรูพืชของเอกชน หรือหน่วยงานอื่นเป็นการอำนวยความสะดวกในการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชว่าพืช หรือผลิตผลพืช ที่ส่งออกจากประเทศไทยปลอดจากศัตรูพืช และเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า เป็นการสร้างความเชื่อมั่นระบบการรับรองสุขอนามัยพืชของไทย และต่อยอดให้อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์และการค้าเมล็ดพันธุ์ของไทยเติบโตในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความรวดเร็วในการให้บริการตรวจสอบรับรอง จะช่วยสร้างโอกาสในการแข่งขันการค้าด้านเมล็ดพันธุ์พืชกับประเทศอื่น ๆ ด้วย

ทั้งนี้ ในการประชุม Asian Seed Congress ในปี 2022 กรมวิชาการเกษตร ในฐานะเจ้าภาพการจัดประชุมร่วมกับสมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ได้ประกาศว่าประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักเขตร้อนคุณภาพสูงของโลก เพื่อผลักดันการส่งออกเมล็ดพันธุ์มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท/ปี


ด้วยการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการให้ความสำคัญกับการรับรองห้องปฏิบัติการตรวจศัตรูพืช โดยให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการส่งออก เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ทำการผลิตเมล็ดพันธุ์เพิ่มมากขึ้น