คำต่อคำ อธิบดีกรมการข้าว แค้นสุมอก “ล่อจับพี่ศรี” ศิษย์น้องร่วมสถาบัน

ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์
ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์

จากกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา และพวกเรียกรับเงินสินบนจากอธิบดีกรมการข้าวและภรรยา จนเป็นที่มาของการเข้าจับกุมในวันที่ 26 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ที่ต้องจำนนด้วยพยานหลักฐาน ส่วนมูลเหตุสำคัญนั้น “ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์” อธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แถลงข่าวเปิดใจเพื่อเคลียร์เรื่องดังกล่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ดำเนินการกับภรรยา 2 คนรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเป็นเวลานานพอสมควรเพื่อนำไปแจ้งความ จนวันหนึ่งในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566

การบุกไปที่บ้านเพื่อเจรจาต่อรองจ่ายเงิน

ด้วยความรำคาญใจ จึงตัดสินใจเดินทางไปบ้านนายศรีสุวรรณ พร้อมกับพี่หมู (นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์) เพื่อให้เป็นพยานเนื่องจากตนไม่มีญาติผู้ใหญ่รวมกับภรรยา 3 คน ในฐานะที่นายศรีสุวรรณเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ไปเพื่อพูดคุยและกล่าวตักเตือน ไปถามว่า ทำไมต้องร้องเรียนผม ผมผิดอะไร เพราะผลการสอบสวนออกมาแล้วว่าตนเองไม่ได้ผิดอะไรทั้ง 4-5 โครงการนั้น ผมพูดความจริงแขวนพระอยู่เต็มอก ไม่ได้ไปเจรจาการจ่ายเงินใด ๆ เจ็บใจและแค้นใจที่ไม่หยุด

จึงวางแผนกับภรรยา มองว่าประเทศจะเป็นอย่างไร ถ้าสู้ไม่ได้ก็จ้างทนายสู้จัดการเอง จึงรวบรวมข้อมูลหลักฐานไปที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ซึ่งผลการสอบสวนไม่มีมูล ผมไม่ได้ทำผิดอะไรตรวจสอบได้

รมว.ทราบเรื่องหรือไม่

ส่วนทีมงานและที่ปรึกษา รู้ภายหลังที่ตนเองไปจับกุมแล้ว โดยวันนั้นได้โทรศัพท์ไปขอโทษรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า เพราะกลัวนายเดือดร้อน มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีข้าราชการคนหนึ่งและครอบครัว เพราะตนเองรับราชการและมีธุรกิจครอบครัวที่ทำมาด้วยความสุจริต กว่าจะเลี้ยงไก่ได้แต่ละตัว อีกทั้งถูกกล่าวหาว่าภรรยาตนเองค้าตีนไก่ พูดเรื่อยเฉื่อยมันสะท้อนว่าสังคมไทยเป็นแบบนี้หรอ บวกกับผมเป็นคนหัวร้อน ทำให้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ศรีสุวรรณพูดอะไรบ้างวันไปที่บ้าน

เขาไม่ได้ให้คำตอบ ผมทิ้งเวลามาประมาณ 3 สัปดาห์ คืนนั้นมีโทรศัพท์เข้ามาผมโทร.กลับ แต่ปลายทางไม่รับ จนตอนเช้าปลายสายเขานัดดื่มกาแฟ ตนเองจึงสั่งลูกน้องติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งกรมการข้าว เพราะคนชั่วมันเยอะ และผมตั้งใจล่อซื้อให้เงินมากกว่า 1 ครั้ง ล่อซื้อครั้งเดียวมันไม่ได้ หลักฐานมันไม่แน่น มันไม่มีการจ่ายนายศรีสุวรรณจึงไม่พอใจ ส่วนวงเงินนั้นไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะเกรงจะเสียรูปคดี

ไปบ้านนายศรีสุวรรณกี่ครั้ง

ผมไปครั้งเดียวหลังจากนั้นไม่รู้ ผมมอบให้แฟนผมไปคุยกันยังไงไม่รู้ ส่วนศรีสุวรรณเป็นรุ่นน้องผมที่แม่โจ้ ถ้าอยู่ที่มหาวิทยาลัยสมัยก่อน รับน้องต้องโดนก้านกล้วยรอบสระ ใครทำผิดต้องโดนโกนหัว

เคยมีการเรียกเงินแบบนี้หรือไม่

ไม่เคยมีการเรียกเงินแบบนี้ ผมทำงานที่กรมการข้าวมาหลายปี ทุกโครงการมันถูกชี้แจงหมดแล้ว คนเรามีอดีตแต่ปัจจุบันมันไม่ใช่ ผมทำงานตั้งใจไหว้พระสวดมนต์ เรื่องงบโครงการงบประมาณ 15,000 ล้านบาทนั้น ผมยืนยันว่าไม่ได้ใช้ ไม่ได้บริหารและได้ชี้แจงไปทั้งหมดแล้ว โดยโอนไปให้ ธ.ก.ส. จ่ายไร่ละ 1,000 บาท และย้ำว่าอย่ามาร้องเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่ความจริง พอไม่ฟังผมก็ฟัด

รู้ได้อย่างไรว่าโดนร้อง

นายศรีสุวรรณติดต่อมาว่าจะร้องเรื่องนี้ และมีบัตรสนเท่ห์มาที่ผม แต่เขาจะส่งไปที่รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นการส่งจดหมายผิดซองมาหาตนเอง จึงไปแจ้งความที่ สภ.แก้งสนามนาง ทำให้ทราบว่าตนเองถูกร้องเรียน จนกระทั่งที่มีการแถลงข่าวเรื่องฝนหลวงและวกมาที่กรมการข้าว ซึ่งคนที่ไม่ผิดมันเจ็บใจ ไม่รู้จักหยุดสักที ทั้งหมดนี้คือสาเหตุที่ทำด้วยความรำคาญ ชีวิตเกิดได้ครั้งเดียว ถ้าไม่ผิดอย่ามาแกล้งกัน ถ้าผมผิดต้องถูกสอบสวนอยู่แล้ว แต่วันนี้ผลการสอบสวนออกมาหมดแล้วว่าไม่มีมูล ทุกอย่างโปร่งใสชัดเจนตรวจสอบได้

มีการตั้งข้อสังเกตว่าภรรยารู้เรื่องในกรมมากเกินไป

ภรรยาไม่เคยยุ่งหรือเข้ามายุ่งเรื่องงานในกรม มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะได้มอบหมายให้ภรรยาดำเนินการ ตนเองเป็นผู้บริหาร เป็นข้าราชการจะให้ออกหน้าได้อย่างไร มันเป็นความลับ การจะจับโจรสักคนไปบอกใครได้อย่างไร บอกไปมันก็รู้ตัวหมดสิ

มีคลิปเสียงออกมา

เป็นการแอบอ้างผู้ใหญ่เพื่อให้ตัวเองเกรงกลัว เข้าใจคำว่าแอบอ้างไหม ส่วนที่ต้องยอมต่อรองจ่าย เพราะเป็นการล่อซื้อและทำให้เนียนที่สุด ต้องจับให้ได้ เขาก็สวนกลับเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เก็บข้อมูลทุกวันไม่ใช่ว่าไปจับเลย ผมยอมจ่ายเพื่อจับนายศรีสุวรรณ จะไม่ยอมให้ข้าราชการถูกรังแก ต้องปกป้องศักดิ์ศรีข้าราชการ

จัดฉากหรือไม่

การจับครั้งนี้ไม่ได้จัดฉากแต่กรรมใครกรรมมัน และต้องให้เป็นบรรทัดฐานของสังคม ตอนนี้ยังสอบไม่เสร็จยังมีหลักฐานอื่นที่ต้องให้ตำรวจ ผมมีครุฑทองติดที่อกต้องเป็นยังไงถึงจะได้ครุฑนี้ มันบ่งบอกว่าเราเป็นยังไงทำงานโปร่งใสสุจริตถึงได้มา เรื่องนี้ไม่บั่นทอนการทำงานก็ทำงานได้ปกติ

3-4 โครงการที่เป็นข่าวชี้แจงได้หรือไม่

ไปตรวจได้เลย เพราะกระทรวงแต่งตั้งกรรมการมาตรวจสอบหลายชุด ส่วนคนรอบตัวไม่มีคนเรียกรับเงินเพิ่มเติม ยกเว้นเคสตนเองกับภรรยา

มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่


ไม่มี ส่วนประเด็นที่ทำให้ตกเป็นเป้า หรือผู้อยู่เบื้องหลังนั้นผมไม่ทราบ เพราะตั้งแต่เป็นข้าราชการมาไม่เคยถูกเรียกรับเงินมาก่อน ถ้าผมไม่มีเครื่องมือสื่อสาร ไม่มีกล้องวงจรปิด ผมจะจับคนชั่วได้หรือ และยืนยันว่า ไม่มีเบื้องหลังไม่มีเกมการเมืองไปล่อซื้ออย่างเดียว ส่วนที่ต้องล่อซื้อหลายครั้งเพราะครั้งเดียวคงจับใครไม่ได้ ต้องมีหลักฐานชัดเจนแน่นหนา เรื่องนี้ไม่ได้ทำโดยพลการ ทำไปด้วยความรำคาญ จะร้องอะไรกันนักหนา ส่วนเรื่องต่อรองจำนวนเงินจาก 3 ล้านบาท หลือ 1.5 ล้านบาท จะเอาคืนหรือไม่นั้นตนจนคงไม่ได้คืน หมดแล้วก็หมดไป