พบอีก มันเส้นด้อยคุณภาพ จับคาด่านบึงกาฬ-ด่านช่องเม็ก 5 ราย

จับมันเส้นด้อยคุณภาพ

กรมการค้าต่างประเทศ ส่งชุดตรวจกระจายตัวลงพื้นที่ตามแนวชายแดนต่อเนื่อง ล่าสุดพบผู้นำเข้ามันเส้นด้อยคุณภาพด่านบึงกาฬ-ด่านช่องเม็ก เพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 15 ราย

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตมันสำปะหลังฤดูกาลผลิตปี 2566/67 ของไทยและประเทศเพื่อนบ้านเริ่มออกสู่ตลาด

กรมได้เพิ่มความถี่การส่งชุดตรวจลงพื้นที่ตามด่านนำเข้ามันเส้นทั่วประเทศ เนื่องจากทราบว่ายังคงมีการลักลอบนำเข้ามันเส้นด้อยคุณภาพอยู่ หากไม่จัดการอย่างเข้มงวดจะส่งผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังในประเทศ

โดยภายหลังจากที่ได้ส่งระดับผู้บริหารกรม ลงพื้นที่เมื่อกลางเดือนมกราคม 2567 ตนได้สั่งการให้ชุดตรวจของกรม อยู่ปฏิบัติงานต่อเนื่อง และเมื่อปลายเดือนมกราคม 2567 ชุดตรวจได้ตรวจพบผู้นำเข้ามันเส้นด้อยคุณภาพบริเวณด่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี และด่านบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เพิ่มอีก 5 ราย

ทำให้นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ถึงปัจจุบัน กรมได้ลงโทษผู้นำเข้ามันเส้นด้อยคุณภาพรวมแล้วถึง 15 ราย โดยการระงับไม่ให้นำเข้าเป็นการชั่วคราว

“กรมมีนโยบายชัดเจนในการป้องกันมันเส้นด้อยคุณภาพไม่ให้เข้าประเทศ นอกจากจะส่งชุดตรวจลงพื้นที่ต่อเนื่องแล้ว ยังได้ยกระดับมาตรการโดยส่งระดับผู้บริหารกรม และชุดตรวจพิเศษ ซึ่งมีข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษ เป็นหัวหน้าชุด ลงพื้นที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดตรวจ เพื่อให้เป็นไปอย่างเข้มงวด

และเป็นการสื่อสารให้ผู้นำเข้าเล็งเห็นถึงความสำคัญของคุณภาพสินค้า ตลอดจนสนธิกำลังร่วมกับชุดตรวจของกรมการค้าภายใน ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการลักลอบขนย้ายมันเส้น ตรึงพื้นที่ตามแนวชายแดนตลอดฤดูกาลผลิตมันสำปะหลัง”

ทั้งนี้มันสำปะหลังถือเป็นสินค้าเกษตรสำคัญ มีเกษตรกรจำนวนกว่า 5 แสนครัวเรือน ที่พี่งพารายได้จากการเพาะปลูกมันสำปะหลัง หากปล่อยให้มันเส้นคุณภาพต่ำเข้ามา ก็จะมีผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังในประเทศ เกษตรกรจำนวนมากจะได้รับความเดือดร้อน

การเข้มงวดกวดขันในเรื่องคุณภาพสินค้าจึงเป็นสิ่งที่กรมฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากพบว่าด่านใดยังมีการนำเข้ามันเส้นคุณภาพต่ำอยู่ หรือพบว่าผู้นำเข้าไม่ให้ความร่วมมือกับชุดตรวจ ก็จะสั่งการให้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบด่านนั้นขึ้นอีก

นอกจากเข้มงวดในการสกัดกั้นการนำเข้ามันเส้นด้อยคุณภาพตามแนวชายแดนแล้ว ยังได้สั่งให้เพิ่มความถี่การสุ่มตรวจคุณภาพมันเส้นส่งออกควบคู่ไปด้วย การควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งขาเข้าและขาออก นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรแล้ว ยังช่วยให้การขยายตลาดมันเส้นไปยังประเทศใหม่ ๆ ทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากคุณภาพสินค้าเป็นที่ยอมรับ


กรมอยู่ระหว่างแสวงหาตลาดมันเส้นในกลุ่มประเทศเป้าหมายใหม่ ๆ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักในปัจจุบัน โดยหากไทยมีประเทศคู่ค้าเพิ่มขึ้น ผู้ส่งออกไทยก็จะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ก็จะตกอยู่ที่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของไทย