UBE ปี 2566 รายได้ 5,838 ล้าน วางทิศทางธุรกิจ ขาดทุนสุทธิ 96.6 ล้านบาท

อุบล ไบโอ เอทานอล

อุบล ไบโอ เอทานอล ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/66 มีรายได้ 1,651.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 15.4 ล้านบาท และมีรายได้ทั้งปีรวม 5,838.0 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 96.6 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าแผนธุรกิจ ปี 2567 ตามแนวคิด UBEYOND เพื่อสร้างการเติบโตที่กว้างไกลกว่าอย่างยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางพลังงานและอาหารมูลค่าสูง รับเทรนด์ความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่ยั่งยืนและการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของตลาดโลก

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เอทานอล แป้งมันสำปะหลังและฟลาวมันสำปะหลัง รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์อื่น ๆ เปิดเผยว่า ภาพรวมของผลการดำเนินงานของบริษัท ในไตรมาสที่ 4/2566 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจเอทานอลปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อนเล็กน้อย

สุรียส โควสุรัตน์
สุรียส โควสุรัตน์

โดยปริมาณการขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงที่ยังได้อานิสงส์จากฤดูกาลท่องเที่ยว ประกอบกับราคาขายที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ปริมาณขายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมลดลงตามสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย

ส่วนธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ยอดขายมีแนวโน้มฟื้นตัว ประกอบกับราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาส 4/2566 ที่ 1,651.5 ล้านบาท เติบโต 15.1% จากไตรมาสก่อน (QOQ) โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 15.4 ล้านบาท ส่วนภาพรวมทั้งปี 2566 บริษัทมีรายได้รวมที่ 5,838.0 ล้านบาท ลดลง 19% จากปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิ จำนวน 96.6 ล้านบาท

สาเหตุหลักจากผลกระทบจากน้ำท่วมในปลายปี 2565 ซึ่งทำให้วัตถุดิบขาดแคลน และจากสัดส่วนปริมาณการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงลดลง

“ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ยังมีความท้าทายทั้งในด้านสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ประกอบกับภัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อปริมาณวัตถุดิบ ทำให้ภาพรวมของธุรกิจเอทานอล ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง และธุรกิจเกษตรอินทรีย์ มีผลการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน”

อุบล ไบโอ เอทานอล

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและการปรับแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการควบคุมต้นทุน และการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ขณะเดียวกัน เพื่อสร้างรากฐานการขับเคลื่อนธุรกิจที่แข็งแกร่งในอนาคต บริษัทได้กำหนดเป็นกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ยกระดับส่วนงานวิจัยภายในองค์กร และมุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมูลค่าให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจบนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อความยั่งยืนทุกมิติ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด จนทำให้ปีนี้เราประสบความสำเร็จได้รับการจัดอันดับ CG ระดับ “ดีเลิศ” หรือ 5 ดาว และการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ “A” ในปีที่ 2 ที่เข้ารับการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” นางสาวสุรียสเปิดเผย

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2567 ยังคงมีความท้าทายทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะยังชะลอตัว ประกอบกับความท้าทายจากราคาวัตถุดิบมันสำปะหลังอยู่ในระดับสูง จากปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังที่คาดจะลดลงจากการแปรปรวนของสภาพอากาศ การขาดแคลนท่อนพันธุ์ และการระบาดของโรคพืช

โดย UBE Group ยังเดินหน้าตามแนวคิดการดำเนินธุรกิจ “UBEYOND” ด้วยการปรับกระบวนทัพให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และตอบโจทย์เทรนด์การใช้พลังงานสะอาดและการบริโภคเพื่อสุขภาพของตลาดโลก โดยใช้นวัตกรรมเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเติบโตที่กว้างไกลกว่าสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ทางพลังงานและผลิตภัณฑ์ทางอาหาร ใน 3 ด้าน ดังนี้

Beyond the challenges ก้าวเหนือความท้าทายด้วยแผนการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย 1) การรักษาส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และการวางเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนรายได้ของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและธุรกิจใหม่ โดยธุรกิจเอทานอล ยังคงเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและการเตรียมพร้อมสู่การพัฒนาเป็นพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคต

รวมถึงการส่งเสริมการเปิดเสรีเอทานอลเพื่อใช้งานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ขณะที่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง เน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในกลุ่มฐานลูกค้าเดิม และการเปิดตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เดินหน้าทำตลาดในประเทศผ่านผลิตภัณฑ์ทาสุโกะ (Tasuko) อย่างต่อเนื่อง

ทั้งการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่าน Modern Trade การร่วมกับคู่ค้าที่เชี่ยวชาญในการกระจายสินค้า รวมถึงการทำกิจกรรมการตลาดและการสนับสนุนรายการแข่งขันทำอาหารระดับโลก ควบคู่กับการมุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างโอกาสในการนำไปใช้ที่หลากหลายขึ้น ส่วนธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ยังเดินหน้าส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟรับกระแสการบริโภค

2) แผนการบริหารจัดการวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมศักยภาพเกษตรกร การส่งเสริมระบบชลประทานให้เกษตรกร การใช้งานวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงกระบวนการปลูกมันสำปะหลัง การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และการจัดตั้งเครือข่ายลานมัน เพื่อให้มีวัตถุดิบที่เพียงพอต่อการผลิต

3) การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะมาต่อยอดการเติบโตของธุรกิจเดิม หรือการสร้างการเติบโตใหม่ในอนาคต รวมถึงความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

และ 4) การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใน ทั้งการควบคุมต้นทุน และการใช้กลยุทธ์ Digital Transformation

Beyond through Innovation ก้าวเหนือกว่าด้วยนวัตกรรมที่เปิดกว้าง ผ่านการสร้างสรรค์งานวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของธุรกิจของ UBE Group ทั้งจากหน่วยงานวิจัยภายใน และเครือข่ายจากสถาบันภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้มแข็ง

โดยเริ่มจากการกำหนดวิสัยทัศน์และแผนกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหาร (Food Innovation Center) เฟสที่ 1 โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาภายนอก และการเดินหน้าโครงการนวัตกรรมใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มอาหารแห่งอนาคต (Food the future) 2) กลุ่มเคมีชีวภาพ (Biotechnology) และ 3) กลุ่มพัฒนาการเกษตร (Plantation) เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน

Beyond Sustainability ก้าวสู่องค์กรที่มีความยั่งยืนครบทุกมิติ ที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ประกอบด้วย ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance) เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส ใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดวัฏจักรของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การส่งเสริมเกษตรกรต้นน้ำ ผ่านโครงการอีสานล่าง 2 โมเดล (ชื่อเดิม อุบลโมเดล)

ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน กระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด การจัดการผลพลอยได้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มูลค่า (Zero waste) และการริเริ่มโครงการคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (Carbon Footprint For Organization : CFO) ขณะเดียวกันก็มีการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ผ่านการดำเนินโครงการ UBE CARE เพื่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

UBE พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ทางพลังงานและอาหารเพื่อสุขภาพจากวัตถุดิบทางเกษตร ที่ใช้นวัตกรรม งานวิจัยและพัฒนา เป็นขุมพลังหลักในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงสู่เวทีโลก บนหัวใจของการดำเนินธุรกิจบนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีกระบวนการจัดการด้านความยั่งยืนที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ผ่านกรอบแนวคิดการสร้างความสมดุลระหว่าง 3 ปัจจัย

ได้แก่ การทำให้ธุรกิจเติบโตมีกำไร (Profit) การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Planet) และการเกื้อกูลชุมชนสังคมรอบข้าง และพนักงานในองค์กร (People) เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้บริษัทเติบโตกว้างไกลกว่าตามเป้าหมายการยกระดับธุรกิจสู่ Food Tech Company ตามแผนระยะยาวในอนาคต