“เศรษฐา” พบสุพรรณ- ลพบุรี เผาอ้อยเกือบ 2 ล้านตัน ตัวการ PM 2.5

เศรษฐา

ช่วงใกล้โรงงานน้ำตาลปิดหีบพบ ขาวไร่อ้อย 2 จังหวัด เผาอ้อยสดเกือบ 2 แสนไร่ กลายเป็นต้นตอของฝุ่น PM 2.5 ขณะที่รัฐบาลเองก็ได้อนุมัติเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นตันละ 120 บาทไปแล้ว

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความหลังได้รับรายงานว่า ที่จังหวัดสุพรรณบุรี กับ ลพบุรี มีอ้อยเผาก่อนตัดส่งเข้าโรงงานน้ำตาลเกือบ 2 ล้านตัน

“เห็นตัวเลขแล้วตกใจ แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีการออกมาตรการต่าง ๆ ไป จนทำให้เราเห็นตัวเลขการเผาหลังการเก็บเกี่ยวของทั้ง 2 จังหวัดนี้ลดลงจากปีก่อน 5-10% ก็ตาม แต่พี่น้องประชาชนยังหายใจลำบากจากผลกระทบของการเผาอยู่”

อย่างไรก็ตามมีโรงงานน้ำตาลที่รับอ้อยเข้าหีบ มีอีกหลายจังหวัด ถ้าคิดตัวเลขกลม ๆ อ้อยมีผลผลิต 10 ตัน/ไร่ 2 จังหวัด มีอ้อยที่เผาเข้าโรงงาน 2 ล้านตัน เท่ากับทั้ง 2 จังหวัด มีเกษตรกรชาวไร่อ้อย เผาอ้อยก่อนตัดส่งโรงงานน้ำตาลถึง 200,000 ไร่

แต่จากรายงานการเผาอ้อยภาพรวมของทั้งประเทศก็ลดลงประมาณ 5% จากปีที่แล้ว โดยปีนี้อยู่ที่ 28%

“นี่คือปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รัฐบาลต้องรีบปรับแนวทางแก้ไข เพราะค่าฝุ่นใน กทม. และจังหวัดใกล้เคียงที่หนักในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการเผาของเหลือใช้ทางการเกษตรด้วย

ดังนั้นในช่วงที่โรงงานน้ำตาลใกล้ปิดหีบนี้ จะต้องมีการรณรงค์ทำความเข้าใจกับชาวไร่อ้อยที่ยังไม่ตัดอ้อยให้งดการเผา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดการรณรงค์ และเพิ่มมาตรการจูงใจ ให้สามารถลดการเผาลงให้มากกว่านี้

“สำคัญที่สุดผมอยากขอความร่วมมือกับเอกชน โดยเฉพาะผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ให้สนับสนุนเกษตรกรลดการเผาด้วย ส่วนมาตรการระยะยาว ผมจะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยต่อ เพราะยังมีโรงงานน้ำตาล และไร่อ้อยในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศที่ต้องปรับแนวทางร่วมกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ก่อนหน้านี้ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 ธ.ค 2566 ให้จ่ายเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ตันละ 120 บาท วงเงินรวม 7,990.60 ล้านบาท

โดยวงเงินที่ใช้สนับสนุนดังกล่าว เดิมทีจะเรียกเก็บจากการขึ้นราคาน้ำตาลอีก 4 บาท/กก. (2 บาทคำนวณเป็นค่าอ้อยให้ชาวไร่อ้อย อีก 2 บาทใช้สนับสนุนการตัดอ้อยสด)

แต่การปรับขึ้นราคาน้ำตาลอีก 4 บาท/กก.เป็นราคาที่สูงมาก จึงเป็นที่มาให้ปรับขึ้นราคาแค่ 2 บาท/กก. ส่วนเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสดแหล่งเงินทุนจะมาจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)