‘กรมการข้าว’ เตรียมประกาศรับรอง 10 สายพันธุ์ข้าวใหม่ แง้มให้ผลิตสูง 1 ตันต่อไร่

สิ้นสุดการรอคอย 'กรมการข้าว' เตรียมประกาศรับรอง 10 สายพันธุ์ข้าวใหม่

สิ้นสุดการรอคอย ‘กรมการข้าว’ เตรียมประกาศรับรอง 10 สายพันธุ์ข้าวใหม่พรุ่งนี้ แง้ม มีทั้งข้าวเหนียว-ข้าวขาวพื้นนุ่ม-ข้าวขาวพื้นแข็ง ให้ผลิตสูง 1 ตันต่อไร่

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะจัดแถลงข่าวการรับรองสายพันธุ์ข้าวที่เตรียมรับรองพันธุ์ใหม่ของกรมการข้าว ปี 2567

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2567 กรมการข้าวเตรียมจะประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ จำนวน 10 พันธุ์ อาทิ พันธุ์ข้าวเหนียวที่นาน้ำ ที่สามารถพัฒนาการปลูกจนทำให้มีผลผลิตต่อไร่ได้ 1,000 กว่า กก./ไร่ ข้าวขาวพื้นนุ่มซึ่งให้ผลผลิต 1,000 กก.ต่อไร่ และข้าวพื้นแข็ง 1,000 กก./ไร่ขึ้นไป เช่นกัน

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมการข้าวมีการรับรองพันธุ์ข้าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีพันธุ์ข้าวที่ผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าวแล้วทั้งสิ้น จำนวน 172 พันธุ์ ครอบคลุมทุกชนิดและประเภทข้าวที่ปลูกในนิเวศการทำนาของประเทศไทย

สำหรับการรับรองพันธุ์ข้าวในอดีตนั้นใช้เวลาในการพัฒนาพันธุ์หรือการปรับปรุงพันธุ์ข้าวประมาณ 10-12 ปี เพื่อให้นักวิจัยมั่นใจในพันธุ์ข้าวที่เตรียมรับรองพันธุ์ว่ามีความสม่ำเสมอ มีความคงตัวทางพันธุกรรม และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในพื้นที่ปลูกข้าวที่แตกต่างกัน ตลอดจนเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและผู้ใช้ประโยชน์

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว
ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว

แต่ในปัจจุบันกรมการข้าวได้พยายามลดขั้นตอนในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว โดยการใช้เทคนิคการปรับปรุงพันธุ์ให้มีเว0ลาสั้นลง เช่น เทคนิคการกลายพันธุ์ การใช้ Anther Culture การฉายรังสี การใช้เครื่องหมายโมเลกุลในการคัดเลือกข้าว เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (Genome Editing) เป็นต้น

ซึ่งวิธีการเหล่านี้ถือเป็นเครื่องมือช่วยในการปรับปรุงพันธุ์ เป็นการลดขั้นตอนการผสมพันธุ์เพื่อสร้างความแปรปรวนในประชากรข้าว สามารถลดระยะเวลาลงได้ 1 ฤดูปลูก

ส่วนขั้นตอนการคัดเลือกนั้นมีความสำคัญด้วยเช่นกัน และจำเป็นต้องคงไว้เพื่อให้ข้าวพันธุ์ใหม่มีลักษณะที่พึงประสงค์และมีเสถียรภาพของพันธุ์ในด้านต่าง ๆ เช่น ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ต้านทานต่อศัตรูข้าวที่สำคัญ การเพิ่มผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ธาตุอาหาร การเพิ่มคุณค่าทางอาหาร ตลอดจนคุณภาพการหุงต้มและรับประทาน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการรับรองพันธุ์ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ก่อนที่จะได้เป็นพันธุ์ใหม่ไปเผยแพร่ และแนะนำให้เกษตรกรใช้เป็นพันธุ์ปลูก เป็นขั้นตอนของการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ และความน่าเชื่อถือของข้อมูลสนับสนุนสายพันธุ์ที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์

โดยผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบจากคณะกรรมการ ที่พิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย และคำแนะนำสำหรับการปฏิบัติที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกรที่จะนำสายพันธุ์นั้นไปปลูกต่อไป ในขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณารับรองพันธุ์จะมีคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว ซึ่งมีอธิบดีกรมการข้าวเป็นประธาน ประกอบด้วยนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ จากกรมการข้าว ได้แก่ สาขาปรับปรุงพันธุ์ โรคพืช กีฏวิทยา ปฐพีวิทยา เทคโนโลยีการผลิต วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูป วิทยาการเมล็ดพันธุ์และสถิติศาสตร์

นอกจากนั้นยังมีผู้แทนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมข้าว ได้แก่ สมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์ข้าวชุมชน และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ ดังนั้น พันธุ์ข้าวที่ผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมการข้าว จึงเป็นพันธุ์ที่มีข้อมูลถูกต้อง น่าเชื่อถือ ทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์และการผลิต ซึ่งพันธุ์ข้าวที่ได้จากการรับรองพันธุ์เป็นพันธุ์ที่ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้ใช้ประโยชน์ต้องการ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาไทย