ราคาน้ำมันดิบ (29 ก.พ. 67) ปรับลด หลังตลาดคาด FED คงอัตราดอกเบี้ยระดับสูง

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบปรับลดเล็กน้อย หลังตลาดคาด FED คงอัตราดอกเบี้ยระดับสูง ท่ามกลางสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐสูงขึ้นเกินคาด

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับลดลงเล็กน้อย หลังตลาดคาด FED ยังคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูง และยังคงไม่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 2% ทั้งนี้ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ Michelle Bowman กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริโภคภายในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในระดับที่แข็งแรง ดังนั้น การลดอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลให้อุปสงค์และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นได้

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 28 ก.พ. 2567 อยู่ที่ 78.54 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.33 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 83.68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.33 เหรียญสหรัฐ

ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังผู้นำกลุ่มฮูตี Ismail Haniyeh กล่าวว่ากลุ่มอิสลามสามารถยืดหยุ่นในข้อตกลงการหยุดยิงกับอิสราเอลได้ในช่วงรอมฎอน แต่ก็ยังเตรียมพร้อมทำสงครามหากมีความจำเป็น ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐ Joe Biden คาดการหยุดยิงน่าจะเริ่มต้นวันที่ 4 มี.ค. 2567 และมีการเจรจาแลกเปลี่ยนตัวประกันในช่วงเวลาดังกล่าว

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 ก.พ. 2567 ปรับเพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 447.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 2.7 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังรัสเซียสั่งห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่ 1 มี.ค. 2567 ในขณะที่อุปสงค์น้ำมันเบนซินอินโดนีเซียเดือน ธ.ค. 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20% สู่ระดับ 1.7 ล้านตัน ประกอบกับอุปทานตึงตัวจากโรงกลั่นอินโดนีเซียกลับมาจากการปิดซ่อมแซมช้ากว่าคาด

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังจีนคาดการส่งออกน้ำมันดีเซลเดือน มี.ค. 2567 ที่ระดับ 1.2-1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก ก.พ. 2567 ที่ 0.9 ล้านตัน และมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1.06 ล้านตัน ในขณะที่อุปสงค์ในอินโดนีเซียเดือน ธ.ค. 2566 ลดลง 27% อย่างไรก็ตาม S&P คาดอุปสงค์น้ำมันดีเซลจีนปี 2567 เติบโต 1.8% โดยมากกว่าปี 2566 ที่ระดับ 1% จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากรัฐบาลจีน