ปตท.สผ. Q1/67 กวาดกำไร 18,683 ล้าน นำส่งรายได้เข้ารัฐกว่า 7,000 ล้าน

ปตท.สผ. ไตรมาสแรกปี 2567 กวาดกำไร 18,683 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จเพิ่มกำลังผลิตแหล่งเอราวัณ 800 ล้านลูกบากศ์ฟุต นำส่งรายได้เข้ารัฐกว่า 7,000 ล้านบาท

วันที่ 25 เมษายน 2567 นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2567 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 78,812 ล้านบาท (เทียบเท่า 2,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงประมาณร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยปริมาณการขายเฉลี่ยลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 473,048 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายของโครงการในต่างประเทศลดลง

มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล
มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล

ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 47.24 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ปรับตัวลดลงเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จึงส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 18,683 ล้านบาท (เทียบเท่า 524 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยยังคงรักษาต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ไว้ที่ 28.96 ดอลลาร์ สรอ.ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาที่ร้อยละ 74

ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ปตท.สผ.มีความคืบหน้าการดำเนินงานที่สำคัญตามแผนกลยุทธ์ โดยได้เพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติในโครงการ G1/61 (แหล่งเอราวัณ ปลาทอง สตูล และฟูนาน) ขึ้นเป็น 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านพลังงานให้กับประชาชน โดยบริษัทมีแผนที่จะติดตั้งแท่นหลุมผลิตและเจาะหลุมผลิตเพิ่มเติม เพื่อรักษากำลังการผลิตของโครงการอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ปตท.สผ.ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ ในไตรมาส 1 ปี 2567 จำนวนกว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น

Advertisment

โดยส่วนแบ่งของผลผลิตปิโตรเลียมจากโครงการ G1/61 และ G2/61 ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ยังเป็นรายได้อีกส่วนหนึ่งที่รัฐได้รับโดยตรงจากการผลิตปิโตรเลียม เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศอีกด้วย

อีกทั้ง ปตท.สผ.ยังได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำต่าง ๆ ของไทยในโครงการ PTTEP Subsurface University Energy Connect เพื่อพัฒนางานวิจัยทางวิชาการด้านธรณีศาสตร์ วิศวกรรมปิโตรเลียม สร้างบุคลากรด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงการหาแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS (Carbon Capture and Storage) เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ