“พสุ” เร่ง 3 งานสำคัญก่อนขึ้นปลัดอุตฯ ดึงต่างชาติช่วย SMEs ลุยระดับท้องถิ่น

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า ขณะนี้มี 3 งานหลักที่เป็นมาตรการสำคัญและยังต้องเร่งเดินหน้าสำหรับภารกิจที่เหลือก่อนเข้ารับตำแหน่ง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 1 ต.ค. 2560 คือ 1.มาตรการยกระดับศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

2.มาตรการการผลักดัน SMEs ที่มีศักยภาพตามแต่ละพื้นที่ ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ และ 3.มาตรการเชื่อมโยง SMEs ไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์หลายอย่างทั้งการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทาง กสอ.จึงได้ปรับแนวทางการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2560 ต่อเนื่องถึงปีงบประมาณ 2561 โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายและเป้าหมายสร้างผู้ประกอบการให้เป็น SMEs 4.0 จำนวน 1,000 คน

สำหรับ 3 มาตรการสำคัญ ประกอบด้วย 1.มาตรการยกระดับศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่จะขยายการให้บริการครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือลงในระดับท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อให้มีความครอบคลุมในระบบบริการด้านที่ปรึกษาธุรกิจ ระบบเทคโนโลยี และเครื่องมือส่งเสริมที่มีความทันสมัย ขณะเดียวกันยกระดับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขึ้นเป็นเครือข่ายศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือ SMEs ประจำจังหวัด ซึ่งรูปแบบและโครงสร้างจะเหมือนกับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs Support & Rescue Center) ที่ขณะนี้ดำเนินการครบแล้วในทุกจังหวัด รวมทั้งยกระดับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพ SMEs ด้วยระบบนิเวศรูปแบบใหม่ หรือ Ecosystem ให้ครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ การขับเคลื่อนผลงานนวัตกรรมไปสู่เชิงพาณิชย์ด้วยการส่งเสริมระบบดิจิทัล และเครื่องมือทันสมัยสำหรับการต่อยอดผลิตภัณฑ์



ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การเติมองค์ความรู้ในการเพิ่มผลิตภาพและมาตรฐาน การพัฒนาระบบบริหารจัดการ การบัญชีและการเงิน ให้ก้าวสู่ SMART SMEs ในลักษณะของ SMEs Academy โดยเฉพาะการใช้ระบบดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น e-Commerce ระบบ Application หรือการเรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์เพื่อก้าวสู่โลกการค้าสมัยใหม่

การจัดที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลทางอุตสาหกรรมประจำศูนย์เชิงลึก จะเริ่มเปิดบริการเดือนกันยายนนี้ ที่จังหวัดชลบุรี และจะดำเนินการให้ครบทั้ง 11 แห่งภายในปีนี้

2.มาตรการการผลักดัน SMEs ที่มีศักยภาพตามแต่ละพื้นที่ ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ โดยบูรณาการแนวทางร่วมกันระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นได้เสนอนายกรัฐมนตรีให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน สำหรับภารกิจสำคัญ คือ กำหนดแนวทางการพัฒนา SMEs ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความต้องการ และศักยภาพของจังหวัด และคณะกรรมการชุดนี้จะมีองค์ประกอบของหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในจังหวัดทุกภาคส่วน มาร่วมกันส่งเสริมพัฒนาพร้อมผลักดัน SMEs ที่มีศักยภาพให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน


3.มาตรการเชื่อมโยง SMEs ไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น โดยจะอาศัยความร่วมมือกับต่างประเทศในด้านต่าง ๆ ในระดับคู่ค้า ร่วมทุน ลงทุน ส่งออก หรือการร่วมมือพัฒนา อาทิ การลงนาม MOU กับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และล่าสุดเยอรมนี กำลังจัดตั้งคณะทำงานประชารัฐไทย-เยอรมัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ