
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงจากสงครามการค้า และการบังคับใช้มาตรการภาษีของสหรัฐ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเดือน หลังตลาดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กในอัตราร้อยละ 25 ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป
ในขณะที่การเรียกเก็บภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 พ.ค. ทั้งนี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่าการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้อุปสงค์การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากรถยนต์รุ่นใหม่รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาสูงขึ้น
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 27 มี.ค. 2568 อยู่ที่ 69.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.27 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 74.03 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.24 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่แห่งหนึ่งในอินเดียประกาศจะระงับการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา หลังประธานาธิบดีสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาในอัตราร้อยละ 25 ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว
อย่างไรก็ตาม จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นคำร้องสวัสดิการจากการว่างงานสิ้นสุด ณ วันที่ 22 มี.ค. ปรับลดลง 1,000 รายจากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 224,000 ราย
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดการณ์ว่าอุปสงค์การนำเข้าน้ำมันเบนซินของอินโดนีเซียจะลดลง จากการอ่อนค่าของสกุลเงินรูเปียห์ (Indonesian Rupiah : IDR) สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2541 เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังของโรงกลั่นน้ำมันในเวียดนามปรับเพิ่มสูงขึ้นจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ปรับลดลง จนกระทั่งมีการดำเนินการส่งออกน้ำมันดีเซลส่วนเกินเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา