รัฐลดชดเชย B20 “บางจาก” ลุยขายต่อ

“บางจาก” ร่วมมือกระทรวงพลังงานเดินหน้าโครงการบี 20 ทะลุ 1.26 แสนลิตร “กบง.” เคาะลดอุดหนุนบี 7-บี 20 ลิตร 78 สตางค์ หลังค่าการตลาดผู้ค้าน้ำมันพุ่งหวังดึงเงินเข้าสะสมกองทุน 724 ล้านบาท/เดือน ตรึงราคาแอลพีจีต่อ 363 บ. ให้บัญชีแอลพีจีติดลบได้ 3 พันล้านบาท เตรียมประชุม กพช. 3 ส.ค.นี้ 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่บางจากเป็น 1 ใน 5 ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่เข้าร่วมโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษบี 20 ตามความร่วมมือของกระทรวงพลังงาน โดยตั้งแต่วันที่ 2-18 กรกฎาคม 2561 จำหน่ายได้ 126,000 ลิตร จากปริมาณที่ขออนุญาตจำหน่ายไว้ปริมาณ 2.7 ล้านลิตรต่อเดือน

โดยระบบการจำหน่ายบางจากไปตั้งจุดจำหน่ายที่อู่จอดรถบรรทุก ลักษณะเป็นถังไปผสมตรงจุดนั้นเลย โดยให้ได้สัดส่วนเป็นไบโอดีเซล 20% และน้ำมันดีเซล 80% ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานที่สามารถเติมในรถบรรทุกได้ ซึ่งวิธีนี้ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้มีรถประเภทอื่นเข้ามาสวมสิทธิ์ใช้น้ำมันดีเซลบี 20 ซึ่งมีระดับราคาต่ำกว่าน้ำมันดีเซลปกติลิตรละ3 บาท เพราะน้ำมันนี้ไม่สามารถจะใช้ในรถขนาดเล็ก ทั้งรถกระบะและรถเก๋งได้

สำหรับกลไกการชดเชยให้ผู้ประกอบการนั้น ทางกระทรวงพลังงานใช้กองทุนน้ำมันฯ และจากภาษีสรรพสามิต ร่วมกันอุดหนุนเพื่อให้ผู้บริโภคซื้อในราคาถูกลงลิตรละ 3 บาท หรือราคาจำหน่ายอยู่ที่ลิตรละ 25 บาท จากราคาน้ำมันบี 7 อยู่ที่ลิตรละ 27-29 บาท

นายชัยวัฒน์มองว่า โอกาสที่จะขยายโครงการบี 20 ถาวรก็มีความเป็นไปได้ โดยได้มีความพยายามผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ทุกอย่างจำเป็นต้องมีการทดลอง และการเสริมมาตรการสร้างแรงจูงใจ หรืออินเซนทีฟให้ เพื่อให้ผู้ใช้ทดลองใช้

“ที่ผ่านมาบางจากนำร่องจัดทำโครงการบี 20 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงสั้นที่ไทยประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้น้ำมันปาล์มที่ได้น้อยกว่าปกติ โครงการดังกล่าวจึงไม่ได้ทำเพิ่มขึ้น แต่ยังดำเนินการอยู่ในบางจุดเฉพาะ เพราะรถบรรทุก รถบัส รุ่นเก่า ที่เป็นระบบหัวฉีด ก็สามารถใช้ได้ เพียงแค่เปลี่ยนผ้ากรอง ไส้กรองบ่อยขึ้นก็ใช้ได้ ซึ่งจริง ๆ ในตลาดก็มีรถรุ่นนี้จำนวนมากพอสมควร ส่วนรถบรรทุกไม่ได้เป็นเครื่องยนต์หัวฉีด ก็น่าจะใช้ได้ไปตลอด จนกระทั่งปลดระวาง”

ส่วนประเด็นที่มีผู้ประกอบการรถบรรทุกบางรายเสนอให้ใช้บี 100 นั้น มองว่าที่ใช้อยู่ปัจจุบันยังไม่ดีพอ ยังจำเป็นต้องมีอีกกระบวนการหนึ่งเพื่อดึงสารที่เป็นไขออกมา ซึ่งกระบวนการนี้ค่อนข้างแพง ต้นทุนอยู่ที่ 5-8 บาท แพงมาก คงต้องศึกษาวิธีอื่นที่ต้นทุนถูกลง

อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมให้ใช้น้ำมันบี 10 อาจจะมีความเป็นไปได้ในเร็ว ๆ นี้ และหากรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนการผลิตบี 10 อย่างชัดเจน เช่น ประกาศว่าจะเริ่มใช้ในปี 2020 และระหว่างนั้นให้มีการก่อสร้าง โดยรัฐบาลเข้าไปช่วยชดเชยให้ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการผลิต โดยเบื้องต้นหากจะใช้จริงการเตรียมสร้างโรงงาน 1.5 ปีก็น่าจะใช้ได้แล้ว

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี ดร.ศิริ

จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงานเป็นประธาน เมื่อ 18 ก.ค.เห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล (บี 7) จากเดิมชดเชยที่ 0.50 บ./ลิตรเป็น 0.13 บ./ลิตร ส่วนบี 20 จาก 3.51 บ./ลิตรเป็น 3.10 บ./ลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนและลดลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าผู้ค้าจะลดราคาขายปลีกลง แต่ไม่ทันกับเหตุการณ์ ทำให้ค่าการตลาดผู้ค้าน้ำมันสูงถึงลิตรละ 1.90-2 บาท จึงควรลดการชดเชยแต่ตรึงราคาขายปลีก

ทั้งนี้ การลดการชดเชยดีเซลลง ส่งผลให้มีเงินดีเซลไหลเข้ากองทุนน้ำมันฯจากบี 7 เพิ่มขึ้นลิตรละ 0.37 บาท และบี 20 เพิ่มขึ้นลิตรละ 0.41 บาท ทำให้กองทุนน้ำมันฯมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 724 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายจ่ายออกเดือนละ 1,040 ล้านบาท ทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯดีขึ้น โดย ณ วันที่ 15 ก.ค.มีฐานะเป็นบวก 29,673 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ กบง.ยังเห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม) ภาคครัวเรือนตามกรอบ กบง.เมื่อ 5 ก.ค.ที่กำหนดกองทุนน้ำมันฯบัญชีแอลพีจีให้สามารถติดลบได้

ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท เพื่อตรึงให้ราคาแอลพีจีครัวเรือนอยู่ที่ถังละ 363 บาท (15 กิโลกรัม) ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือ บมจ.ปตท.งดส่งออกแอลพีจีที่ผลิตจากโรงแยกก๊าซ ยกเว้นมีความจำเป็นทางเทคนิคเพื่อส่งเสริมให้ใช้ในประเทศเท่านั้น พร้อมกับให้มีการเก็บเงินเข้ากองทุน 1 (โรงแยกก๊าซ) กรณีที่มีการส่งออก กก.ละ 7 บาท ซึ่งจะเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้

นอกจากนี้ยังปรับหลักเกณฑ์ราคานำเข้าและราคาก๊าซแอลพีจี ณ โรงกลั่น จากรายสัปดาห์เป็นเปลี่ยนแปลงทุก 2 สัปดาห์แทน โดยใช้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 สัปดาห์ก่อนหน้าในการคำนวณค่าที่จะใช้ใน 2 สัปดาห์ถัดไป ทั้งนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 31 ก.ค. 2561 เป็นต้นไป

ราคาแนะนำจะเปลี่ยนทุก 2 สัปดาห์ จากเดิม 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม มีการเสนอให้กลับไปอ้างอิงราคาเป็นรายเดือนนั้น ยืนยันการอ้างอิงราคา CP cargo เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพราะสะท้อนต้นทุน โดยจะเห็นว่าราคาที่คิดเฉพาะ CP ขณะนี้จะอยู่ที่ 560 เหรียญ/ตัน แต่ CP cargo จะเป็น 536 เหรียญ/ตัน โดยกรณีที่กันเงินไว้ 3,000 ล้านบาท ถ้าระดับการอุดหนุนอยู่ที่ 560 ล้านบาท/เดือน อยู่ปัจจุบันก็จะดูแลแอลพีจีได้นาน 6 เดือน 

Previous articleเปลี่ยนพาสเวิร์ด “ไลน์”ใหม่ เป็นเหตุ! เปิดใจ “น้องฟาง” เหยื่อแฟนทอมซ้อมสาหัส
Next articleแฟนๆ ยังรอดูมั้ย! ชมตัวอย่าง “The Walking Dead” ซีซั่น 9 ความยาวจัดเต็ม 5 นาที