พณ.จับมือศุลกากร-เอกชน ป้องสวมสิทธิ์เหล็กไทยไปสหรัฐฯ

นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯอยู่ระหว่างการตรวจสอบการสวมสิทธิ์เหล็กไทยเพื่อส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการ 232 กฎหมายการค้า Trade Expansion Act ปี 1962 ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลก รวมถึงไทย โดยได้มีการหารือกับกรมศุลกากรขอให้ตรวจสอบสินค้าเหล็กที่นำเข้ามาในประเทศ และที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ว่าเป็นแหล่งของไทยจริงหรือไม่ และให้เน้นเฉพาะเหล็กที่เป็นรายการอ่อนไหวที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาการสวมสิทธิ์เหล็กไทยเกิดขึ้น เพราะสหรัฐฯ อาจจะเพ่งเล็งไทยเพิ่มขึ้น และกระทบต่อการส่งออกเหล็กของไทยได้

ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้ดึงสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้เข้ามาช่วยดูแลผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกด้วย เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น และยังมีแผนที่จะนัดหารือกับตัวแทนกรมศุลกากรของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อสอบถามข้อมูลให้ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าเหล็กรายการใดบ้าง และมีความกังวลเหล็กชนิดใดเป็นพิเศษที่จะทะลักเข้าสหรัฐฯ และถ้ามีความกังวล จะมีมาตรการแก้ไขยังไง เพื่อร่วมมือกันในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการสวมสิทธิ์เกิดขึ้น”

เบื้องต้น มีข้อมูลจากสหรัฐฯว่า มีสินค้าที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่าจะมีการสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทยแล้วส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น ใบเลื่อย ไม้แขวนเสื้อ และตะปู ซึ่งเป็นสินค้าที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) กับประเทศต่างๆ โดยขณะนี้ กรมฯอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบเอกชนรายใดกระทำผิด จะขึ้นบัญชีดำ และจะระงับออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O) ในการส่งออกสินค้านั้นๆ ทันที ” นายวันชัย กล่าว

นายวันชัย กล่าวว่า สำหรับการขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นการเก็บภาษีเป็นรายสินค้า กรมฯ ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยไปหารือกับผู้นำเข้า เพื่อให้ยื่นขอยกเว้นกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ โดยมีหลักสำคัญ คือ สินค้านั้นต้องเป็นสินค้าที่สหรัฐฯ ผลิตไม่ได้ หรือไม่ผลิต เพราะถ้าไปยื่นขอยกเว้น จะไม่มีใครมาโต้แย้ง โดยสินค้าที่มีโอกาสสูง เช่น ท่อเหล็ก แต่ก็ยังไม่มีใครยื่นโดยใช้กรณีนี้ มีแต่ยื่นกรณีอื่น ได้แก่ ทำสัญญามาก่อนที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการ

ส่วนการขอยกเว้นเป็นรายประเทศ ขณะนี้น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปสหรัฐฯ และได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ แล้ว ซึ่งต้องรอผลว่าเป็นยังไง แต่กรมฯ มองว่า ไม่ว่าจะได้รับการยกเว้นกรณีเป็นรายสินค้าหรือรายประเทศ หากทำได้ ก็ถือว่ามีผลดีต่อไทย

 

ที่มา มติชนออนไลน์