“ชาญศิลป์ ตรีนุชกร” CEO ปตท. Run ธุรกิจเดิม แสวงหาธุรกิจใหม่

การดำเนินธุรกิจของ ปตท.ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา แม้จะปรับกลยุทธ์เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยี แต่คงมีเป้าหมายการเป็น “บริษัทน้ำมันแห่งชาติ” มาตลอด โดยมีแนวทางบริหาร 3 หลักใหญ่ ๆ (3P) คือ การพัฒนาคน (people) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (planet) และกำไรจากการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (profit) ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (sustainable development goals : SDGs) ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง

ขณะเดียวกัน แม้จะยึดแผนธุรกิจนี้ไว้เป็นหัวใจหลัก แต่เมื่อสังคมและโลกที่ปรับเปลี่ยนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และกำลังเข้าสู่เทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นโจทย์ที่ท้าทาย ปตท.อย่างมาก เมื่อธุรกิจเดิมจะถูกแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ เช่น รถยนต์จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด ดังนั้น การเริ่มมองหาและขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ ปตท.จะต้องดำเนินการควบคู่กันไป

เดินหน้า 3P

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คนล่าสุดที่รับ “ไม้ต่อ” จาก นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ยังคงยึดแนวทางการบริหารตามหลัก 3P ต่อไป โดยหลักดังกล่าวจะประกอบไปด้วย


P ที่ 1 “คน” คือ พัฒนาการศึกษาไทยโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการเป็น 1 ใน 12 บริษัท ผู้ร่วมพัฒนาโรงเรียนประชารัฐในระดับมัธยม สร้างนักเรียนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) รุ่นแรกจำนวน 71 คน และ 18 คนได้ทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศในสาขาวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับอุดมศึกษา สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) โดดเด่น

ในด้าน chemical science ใช้พื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เป็นที่สร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0

ขณะเดียวกัน ได้ใช้รูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม social enterprise (SE) นำร่อง Cafe Amazon for Chance ดำเนินการโดยผู้พิการด้านการได้ยิน, สร้างสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงสวัสดิการ เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและทักษะอาชีพแก่กลุ่มคนผู้ไร้ที่พึ่ง และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส, พัฒนาการปลูกและการผลิตกาแฟระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้ชาวเขามีผลผลิต 500 ตัน/ปี สร้างรายได้ 40 ล้านบาท

P ที่ 2 “ทรัพยากรธรรมชาติ” ใช้โครงการเพื่ออนุรักษ์โดยนำพาป่าสู่เมืองผ่านศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ปตท. กรุงเทพฯ, ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จ.ระยอง, พัฒนา 6 ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุ้งบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ จน ปตท.ประสบความสำเร็จในด้านนี้

และ P ที่ 3 “ดำเนินธุรกิจ” โดยยึดธรรมาภิบาล โปร่งใสทั้งผลงานและแผนงาน โดยผลประกอบการ ปตท.ครึ่งปีแรก (2561) มีกำไร 33,218 ล้านบาท และเมื่อรับรู้ผลกำไรของบริษัทในกลุ่มตามสัดส่วนการถือหุ้นอีก 36,599 ล้านบาท ทำให้งบการเงินรวมของ ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 69,817 ล้านบาท (ลดลงจากปีก่อน 9.89%) แต่ก็คิดเป็นกำไร 2.43 บาทต่อหุ้น

ธุรกิจใหม่ NewS-curve

ขณะเดียวกัน ปตท.ก็มีแผนขยายการลงทุนโครงการที่สำคัญ อาทิ ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 กับคลังรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และการมุ่งสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย new S-curve อาทิ electricity value chain ธุรกิจเชื้อเพลิงอย่างก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า ธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (จากพลังงานแสงอาทิตย์) ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน (energy storage system) ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวข้องกับสถานีบริการจ่ายไฟฟ้าและอุปกรณ์ชาร์จจิ้ง และยังรวมไปถึงการเริ่มสู่ธูรกิจ smart city & property development เป็นต้น ซึ่งในหลายโครงการจะอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ชงบอร์ดขยายแผนลงทุน

แน่นอนว่าเมื่อวันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ พลังงานฟอสซิลใน3 เชื้อเพลิงหลัก ได้แก่ น้ำมัน-ถ่านหิน-ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ ปตท. จะมีปริมาณความต้องการใช้ลดลงในอนาคต ดังนั้น การเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยี การแสวงหาธุรกิจใหม่ ๆ อย่างโครงการรัฐ โครงการที่มีผลตอบแทนที่เหมาะสมจึงสำคัญ ใช้ความได้เปรียบของบริษัทลูกเข้าไปขยายการลงทุนโครงการที่เหมาะสม

สำหรับโครงการลงทุนใหม่ ๆ ที่สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ทาง ปตท.เตรียมจะเสนอบอร์ดในเดือนพฤศจิกายนนี้ อาทิ โครงการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อที่จะลงทุนให้เป็น smart city & property development ส่วนโครงการด้านพลังงานจะมีความชัดเจนลงทุนปี 2562 ขณะที่ธุรกิจ “โรงแรม” ในปั๊มน้ำมันยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ตเนอร์และยังไม่ได้หยุดโครงการนี้ คาดว่าภายในปี 2561 จะได้ข้อสรุป

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หรือไฮสปีดเทรน ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาถึงประโยชน์ที่จะเกิด ผลตอบแทนจะลงทุนหรือไม่ จะจับคู่พันธมิตรลงทุนกับใคร จากนั้นจะสรุปถึงแผนลงทุนก่อนจะยื่นประมูลในเดือนพฤศจิกายนนี้เช่นกัน