ไปรษณีย์ไทยผนึก อคส. ขยายช่องทางตลาด จัดส่งข้าวถุงผ่านไปรษณีย์

ไปรษณีย์ผนึก อคส. ขยายช่องทางตลาดและจัดส่งข้าวถุงอคส.ผ่านไปรษณีย์ – เล็งใช้คลังสินค้าราษฎร์บูรณะสร้างจุดบริการครบวงจรอีคอมเมิร์ซตุลาคมนี้

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่าในวันนี้ (11 ก.ย.) ปณท ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในโครงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและระบบโลจิสติกส์ พร้อมคลังสินค้าเพื่อยกระดับสินค้าภาครัฐสู่ตลาดค้าปลีกและค้าส่งภายในประเทศ ร่วมกับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ซึ่งเป็นการบูรณาการศักยภาพระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม


“ไปรษณีย์ไทยพร้อมให้การสนับสนุนช่องทางการตลาดแก่สินค้าเกษตรในความดูแลของ อคส. โดยจะเริ่มจากข้าวสารบรรจุถุง ตรา อคส. จำหน่ายในช่องทางตลาดของไปรษณีย์ไทยทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยเบื้องต้นจะนำร่องในช่องทางร้านออนไลน์ thailandpostmart.com ของดีทั่วไทยส่งให้ถึงมือ ก่อนจะขยายไปยังที่ทำการไปรษณีย์ต่างๆ ต่อไป”

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเตรียมเช่าพื้นที่คลังสินค้าราษฎร์บูรณะขององค์การคลังสินค้า เพื่อเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้านอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ ประกอบด้วยจุดบริการจัดส่งสินค้าครบวงจรในพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ของคลังหลังที่ 3 ในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เพื่อรองรับความเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในย่านธนบุรี และคลังหลังที่ 1 พื้นที่ 2,400 ตร.ม. สำหรับเป็นศูนย์กระจายสินค้าออนไลน์เต็มรูปแบบในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะรวมถึงสินค้า อคส. ที่จะกระจายไปยังร้านค้าปลีกทั้งในโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านอื่น ๆ ด้วย

นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า สินค้าของ อคส.ที่เริ่มจำหน่ายผ่านช่องทางตลาดของไปรษณีย์ไทย ได้แก่ “ข้าวหอมมะลิ 100%” ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตระบบ GMP, HACCP และ ISO 9001 : 2000 ภายใต้เทคโนโลยีและเครื่องจักรอันทันสมัย ขนาดบรรจุถุง 1 กก. 3 ถุงต่อชุด ราคา 180 บาท ซึ่งผู้สนใจ สามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Thailandpostmart หรือแอดไลน์ @thailandpostmart สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545

ทั้งนี้ ในปัจจุบันองค์การคลังสินค้าได้ ปรับบทบาท และภารกิจใหม่โดยเน้นเชิงพาณิชย์มากขึ้น ได้แก่ การทำธุรกิจการค้าด้านสินค้าเกษตร และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง การบริหารคลังสินค้าที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการปรับเปลี่ยนจากผู้ให้เช่าพื้นที่มาเป็นผู้ให้บริการคลังสินค้าแบบครบวงจร และดำเนินงานด้านธุรกิจสินค้าเกษตรตามนโยบายเพื่อรักษาสมดุลทั้งปริมาณ และราคาอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม

“อคส. ขยายการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเน้นเรื่องการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและผู้ประกอบการ SME โดยส่วนรวม และจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้ประชาชนสามารถบริโภคข้าวสารคุณภาพดีของ อคส. ในราคายุติธรรมได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น”