พาณิชย์เดินหน้า 3 มาตรการแก้ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ มั่นใจใน 3เดือนลดซัพพลาย

พาณิชย์เดินหน้า 3 มาตรการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ มั่นใจใน 3 เดือนลดซัพพลายออกจากตลาด ลดภาวะสต็อกล้น ดันราคาขยับขึ้น 3.50-3.60บาท

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเองเรียนถึงปัญหาสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำเหลือ กิโลกรัมละ 2.50-2.60 บาทนั้น ล่าสุดจากการตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายได้ราคาน้ำมันปาล์มในพื้นที่ที่มีการปลูกปาล์มสูงสุดในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ในขณะนี้ราคาผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันเฉลี่ย 18% มีระดับราคาอยู่ที่ 2.90 ถึง 3.40 บาท โดยเหตุผลที่ราคาต่ำกว่ากิโลละ 3 บาทเป็นผลมาจากในบางพื้นที่มีโรงงานกระจายตัวไม่ทั่วถึงและมีเกษตรกรบางพื้นที่ที่ตัดผลปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันเพียง 16 – 17% จึงทำให้ได้ราคาต่ำ

ประกอบกับ ภาวะตลาดน้ำมันปาล์มของไทยเป็นไปตามภาวะการส่งออกในตลาดโลกที่ชะลอตัว จากกรณีที่สหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญมีมาตรการชะลอการใช้ไบโอดีเซล ทำให้อินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ไม่สามารถส่งออกได้ ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกจึงปรับตัวลดลงเหลือ กก.ละ 17-18 บาท จากที่เคยสูงสุด 28-29 บาท

ทางกรมการค้าภายในจึงได้เร่งรัดดำเนินการ 3 มาตรการเพื่อยกระดับราคา ประกอบด้วย 1) โครงการเร่งรัดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ เสนอสำนักงบประมาณ เพื่อนำเรียนนายกรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบการใช้เงินงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 525 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้สนับสนุนต้นทุนค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการ กิโลกรัมละ 1.75 บาท ช่วยผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 300,000 ตันภายใน 3 เดือน



โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติงบกลาง ทั้งนี้แต่เดิมโครงการนี้ทางคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้มีมติไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณ ส่งผลให้ดำเนินมาตรการไม่ทันเวลาจะสิ้นสุดในเดือนตุลาคมนี้ ดังนั้น จึงต้องนำเสนอคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาดพิจารณาในช่วงสัปดาห์หน้า 25 ตุลาคม2561 เพื่อขอขยายระยะเวลาในการดำเนิน โครงการนี้ออกไป 2-3 เดือนจนถึงต้นปี 2562 ก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติพิจารณาต่อไป

พร้อมทั้ง 2) ได้เตรียมแนวทาง การช่วยเหลือเกษตรกร โดยผลักดันให้มีการเร่งใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ในรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ให้เพิ่มขึ้นโดยด่วน เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกิน รวมทั้งเสนอให้กระทรวงพลังงานซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 และมาตรการจูงใจให้มีการพัฒนารถยนต์บรรทุกขนาดเล็กให้สามารถใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ได้ เพื่อขยายช่องทางรองรับผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ 1.2-1.5 แสนตันต่อเดือน

และ 3) สนับสนุนร่างประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดวัตถุดิบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรง A ต้องสกัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 18% และโรง B ต้องสกัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 30% เพื่อผลักดันให้มีการบังคับใช้โดยเร็ว ตามความเห็นของสภาเกษตรกรแห่งชาติและเกษตรกรส่วนใหญ่อีกด้วย

“หากได้รับงบประมาณภายในเดือนนี้จะสามารผลักดันการส่งออกได้ในเดือนหน้า และหากดำเนินมาตรการทั้งหมดควบคู่กันคาดว่าจะช่วยดูดซับผลผลิตปาล์มน้ำมันที่กำลังจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 – กุมภาพันธ์ 2562 รวม 15.4 ล้านตัน หรือคิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 2.8 ล้านตัน และช่วยลดภาวะการสต๊อกน้ำมันปาล์มลงได้อีกครึ่งหนึ่งจากปัจจุบันที่มีสต๊อกอยู่ราว 3.5-3.8 แสนตัน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 3.50 ถึง 3.60 บาทจากปัจจุบันที่ระดับราคาเฉลี่ย 2.90 ถึง 3.40 บาท และจากต้นทุนเกษตรกร กิโลกรัมละ 3.10 บาท“

สำหรับการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในระดับพื้นที่ ได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และชุมพร พิจารณาแนวทางบริหารจัดการในรูปแบบของการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่อกำกับและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในพื้นที่ และจัดทำข้อตกลง (MOU) การซื้อขายผลปาล์มคุณภาพระหว่างเกษตรกรกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ตามรูปแบบของจังหวัดสุราษฎร์ธานี


นอกจากนี้ ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลให้จังหวัดใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการผลิตการตลาดสินค้าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในระดับพื้นที่ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีที่ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการ บูรณาการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการพืชเกษตรสำคัญตลอดห่วงโซ่การผลิต

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ