วงเสวนาชี้ ซื้อของออนไลน์ มาแทนออฟไลน์ไม่ได้ แต่ยังมีโอกาสเติบโต แนะผู้ประกอบการปรับตัว

วันที่ 17 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวจัดงานนิทรรศการสินค้าและการประชุมนานาชาติประจำปีเพื่อธุรกิจค้าปลีก หรือ รีเทลเอ็กซ์ อาเซียน 2017 (RetailEX ASEAN 2017) ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับบริษัท อิมเเพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เเละบริษัท เเคลเรียน อีเว้นทส์ จำกัด มีการเสวนาพิเศษหัวข้อ “การพัฒนาประสบการณ์การขายปลีกในยุคดิจิทัล” ที่ห้องอโนมา 1 ชั้น 3 โรงเเรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ

“ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์” ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า มูลค่าสินค้าปลีก-ส่งในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น สินค้าออฟไลน์มูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท อีก 1 แสนล้านบาท เป็นสินค้าออนไลน์ ซึ่งถึงแม้ขณะนี้สินค้าออนไลน์จะยังมีมูลค่าไม่มาก แต่ทิศทางต่อไปข้างหน้า คาดว่ามูลค่าจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

“มองว่าการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์คงไม่ได้มาทดแทนแบบออฟไลน์ แต่ออนไลน์จะมาเสริมส่วนของออฟไลน์ บางคนตกใจว่าถ้าหากสินค้าออนไลน์เข้ามาแทนสินค้าออฟไลน์แล้ว ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องกังวล เพราะสินค้าออนไลน์จะเข้ามาเป็นตัวเสริมสินค้าออฟไลน์เท่านั้น” ดร.ฉัตรชัยกล่าว

สอดคล้องกับ “ดร.เดช เฉิดสุวรรณรักษ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงเทพ โอเอ คอมส์ จำกัด ที่ระบุว่า สินค้าออนไลน์ไม่ได้จะมาเทคโอเวอร์สินค้าออฟไลน์ แต่สินค้าทุกประเภทก็พยายามปรับตัวเข้าหากันด้วย คือ ถ้าผู้บริโภคเดินเข้ามาเพื่อซื้อของในร้าน เรียกว่าออฟไลน์ แต่หลังจากนั้นผู้บริโภคก็ยังสามารถที่จะสั่งของออนไลน์จากร้านนั้นๆ ได้ด้วย หรือไม่ผู้บริโภคดูสินค้าจากออนไลน์แล้วจึงเข้ามาซื้อสินค้าที่หน้าร้าน ดังนั้น สินค้าออนไลน์ไม่ได้จะเข้ามาแทนที่สินค้าออฟไลน์ แค่เข้ามาเพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ด้าน “นพพล ชูกลิ่น” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า หากมองธุรกิจในเทรนด์โลก จะมองเห็นว่าสินค้าปลีกในประเทศไทยทยอยปิดกิจการไปมากมาย เนื่องจากการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนเเปลงไป จากเเต่ก่อนผู้ประกอบการต้องตอบตัวเองว่าต้องขายอะไร ตรงไหน แต่วันนี้เปลี่ยนผู้ประกอบการต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ผู้ซื้อ ซื้อตรงไหน เวลาไหน นี่คือเทรนด์ของโลก

“ถ้ามองผู้บริโภคในภาคอาเซียนด้วยกัน มองว่าสินค้าปลีกยังมีโอกาสอยู่มาก แต่เราขาดแบรนด์สินค้าที่เป็นฟังก์ชั่นพิเศษที่จะเข้ามาเกื้อหนุนให้สินค้าปลีกเติบโต ซึ่งมองว่าจะต้องเป็นสินค้าที่ลูกค้าได้สัมผัสก่อนถึงจะเกิดการสนใจ อย่างเช่น ถ้าเราเปรียบเทียบกับดิจิตอลที่เป็นกล้องถ่ายรูป ทำไมกล้องถ่ายรูปดิจิตอลถึงเข้ามาทดแทนกล้องทั่วไปได้หมด ก็เพราะว่าเป็นกล้องที่สามารถเห็นได้ทันที ลบทิ้งได้ ไม่เหมือนกล้องฟิล์ม ดังนั้นผู้ผลิตอาจค้องสนใจสินค้าฟังก์ชั่นพิเศษมากขึ้น รวมไปถึงสร้างประสบการณ์ต่อสินค้าให้กับผู้บริโภค เพื่อช่วยในการตัดสินใจ” นายนพพลกล่าว


ขณะที่ “จุฬา เพิ่มทอง” ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อิโฟบิป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า การค้าปลีกออนไลน์นั้นให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟน เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคโมบายเฟิร์ส แต่มองว่าต้องมีองค์ประกอบหลายๆ ส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ และต้องทำให้เข้าถึงทั้งกับผู้ประกอบการ ทีมงาน และผู้บริโภค รวมถึงสามารถเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์แนวทางปรับตัว เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้