“เอเชียทีค2” คลังอคส.คิดหนัก 2 ปีไม่คืบ-ปล่อยห้างหรูริมน้ำผุดขึ้นเพียบ

อคส.ฝันค้างโครงการหรู “เอเชียทีค 2” ลากยาว 2 ปีไม่คืบ “สนธิรัตน์” แง้มปรับรูปแบบโครงการใหม่ หลังแหล่งช็อปปิ้งริมน้ำผุดใหม่อย่างต่อเนื่อง รายได้เป้าหมายปีละ 1 พันล้านบาทต้องรอไปอีก ด้าน อคส.พลิกกลยุทธ์เปิดให้เช่าพื้นที่คลังธนบุรี 1 หารายได้ไปพลาง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงการพิจารณาแผนพัฒนาพื้นที่คลังธนบุรี 1 หรือโครงการเอเชียทีค 2 ขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ที่เริ่มศึกษามานาน 2 ปีแล้ว เพื่อสร้างเป็นแหล่งช็อปปิ้งริมน้ำแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯและนักท่องเที่ยว ได้รับคำตอบว่าขณะนี้โครงการดังกล่าวยังไม่คืบหน้า เพราะเรื่องดังกล่าวยังมาไม่ถึงตน ดังนั้น เชื่อว่าโครงการนี้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายการก่อสร้างที่วางไว้ว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 ขณะที่มีแหล่งช็อปปิ้งบริเวณใกล้เคียงเกิดขึ้นหลายแหล่ง เช่น ไอคอนสยาม ซึ่งทำให้อาจต้องปรับแนวคิดในการจัดทำโครงการเพื่อดึงผู้ซื้อ ผู้ขาย สร้างรายได้ให้กับองค์กรอีกครั้ง


ด้านนางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวเปิดเผยความคืบหน้าแผนการพัฒนาพื้นที่คลังธนบุรี 1 เพื่อให้เป็นแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ (เอเชียทีค 2) ว่า ขณะนี้ทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีอยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษาข้อมูลที่ อคส.เสนอ ก่อนที่จะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยทีมได้ขอข้อมูลมายัง อคส.แล้วถึง 2 ครั้ง เพื่อประกอบการพิจารณาโครงการ ซึ่งทาง อคส.ได้รายงานข้อมูลทั้งหมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี จากการประเมินแล้วคาดว่าจะยังไม่เห็นข้อสรุปของโครงการในปีนี้อย่างแน่นอน

“ปีนี้คงไม่ได้ข้อสรุป และกว่าจะประชาสัมพันธ์ให้กับเอกชนที่สนใจเข้าร่วม คาดว่าในปี 2562 อาจจะเห็นเป็นรูปธรรมบ้าง มั่นใจว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นที่สนใจให้กับเอกชนเพราะต้องยอมรับว่าแหล่งช็อปปิ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีหลายแห่งหากยังไม่เกิดขึ้นและเป็นที่แตกต่างอาจจะไม่ได้รับความสนใจ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นโดยเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับ อคส.ในอนาคต และสอดคล้องไปกับนโยบายและภาพลักษณ์ใหม่ที่ อคส.กำลังปรับตัว”

อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินหน้าโครงการเอเชียทีค 2 ทาง อคส.ได้พิจารณานำพื้นที่คลังธนบุรี 1 มาปรับใช้ให้เอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่ขายสินค้าเกษตร เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้เกิดกับ อคส.โดยเปิดให้ทำสัญญา 1 ปี คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้ อคส.เดือนละกว่าแสนบาท และในระหว่างนี้ อคส.เดินหน้าประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เอกชนที่สนใจจะร่วมลงทุน โดยเบื้องต้นมีผู้สนใจ 2 ราย เช่น บ้านบางเขน นอกจากนี้ ยังนำพื้นที่อื่นมาปรับปรุงให้เช่าเพื่อสร้างรายได้ เช่น ร้านสตาร์บัคส์ เป็นต้น ส่วนพื้นที่คลังอื่น ๆ ก็อยู่ระหว่างการพัฒนาเช่นกัน

สำหรับแผนพัฒนาคลังสินค้าธนบุรี 1 บนพื้นที่ 19 ไร่ ให้เป็นแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ (เอเชียทีค 2) นั้น ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อปี 2560 ทั้งหมด 3 ครั้ง โดยมีตัวแทนส่วนที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งสรุปความคิดเห็นทั้งหมดและรวบรวมรายงานเสนอให้กับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาซึ่งเสนอไปเมื่อกลางปี 2561 หลังจากรับฟังความคิดเห็น ซึ่งหากรัฐมนตรีเห็นชอบจะเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (กฎหมาย PPP)

นางอินทิรากล่าวว่า เป้าหมายการเดินหน้าโครงการยังคงเหมือนเดิม คือ เพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกร สร้างแหล่งเรียนรู้ การท่องเที่ยว เป็นต้น โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 1.5-2 ปี ถึงจะแล้วเสร็จหลังจากผ่านการพิจารณาทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยและได้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ และคาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ มีการประเมินว่าโครงการดังกล่าวสามารถดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว โดยเชื่อมต่อกับเส้นทางท่องเที่ยวตามโครงการท่องเที่ยวทางน้ำวิถีไทย ซึ่งมีเส้นทางเชื่อมมาตั้งแต่ท่ามหาราช, ตลาดยอดพิมาน, TCDC, ICON SIAM, เอเชียทีค, คลังธนบุรี ก่อนที่จะต่อไปยัง Urban Education Center ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์พระนครด้วย และอนาคตเชื่อมเส้นทางเดินริมน้ำเจ้าพระยาต่อไป

Previous articleกสทช.รุกอุตสาหกรรมหลักญี่ปุ่น นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ เพื่ออนาคต 5G
Next article“เติมสบาย” ปรับพอร์ตธุรกิจ โฟกัสตู้หยอดเหรียญ-ระบบศูนย์อาหาร