ปลดใบเหลือง IUU ปัญหาประมงไทยยังไม่หมด ชี้ช่องโหว่อีกหลายด้านต้องเร่งแก้ไข

เครดิตภาพ : เฟซบุ๊กบังมุ คนหาปลา
เครือข่ายประมงพื้นบ้าน-ภาคประชาสังคมเผยอียู”ยกเลิก”ใบเหลืองประมงไทย เป็นการเริ่มต้นที่ดีให้ภาครัฐ-เอกชนเดินหน้าจัดการแก้ปัญหาอีกหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาแรงงานประมง และการบริหารจัดการทะเลอย่างยั่งยืน

กลุ่มประมงพื้นบ้านและองค์กรภาคประชาสังคมแถลงร่วมกันในนามภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่ออาหารทะเลที่เป็นธรรมและยั่นยืน แสดงความยินดีกับที่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ปลดใบเหลืองประเทศไทย ด้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) หลังรัฐบาลไทยปรับปรุงนโยบายการบริหารจัดการประมง อีกทั้งในการรับรองอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ การจัดตั้งและดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก รวมถึงการดำเนินการให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคประมงทะเล

นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย ตัวแทนภาคีเครือข่ายฯ เปิดเผยว่าแม้จะเป็นเรื่องน่ายินดีที่ไทยได้รับการปลดใบเหลือง แต่ปัญหาในภาคประมงยังไม่หมดไป โดยงานวิจัยของภาคีเครือข่ายฯ ในปี 2561 พบว่าแรงงานประมงในไทยยังต้องทำงานเกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด เสี่ยงอันตราย และการเข้าถึงข้อมูลด้านสิทธิยังคงมีข้อจำกัด รวมถึงการทำประมงแบบไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะการใช้อวนลากและอวนล้อม ทำให้สูญเสียลูกปลาเศรษฐกิจมากกว่า 74 ชนิดและเศรษฐกิจเสียหายไม่น้อยกว่า 145 ล้านบาทต่อปี

“รัฐบาลไทยต้องหันมาสนใจการบริหารจัดการสัตว์น้ำวัยอ่อนอย่างจริงจังมากขึ้น ควรมีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมจากการทำประมงที่จับลูกปลาวัยอ่อน ถ้ายังไม่เร่งแก้ปัญหา ทรัพยากรทางทะเลไปจนถึงเศรษฐกิจของประเทศจะยิ่งได้รับความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะไม่มีใบเหลืองจากอียูแล้วก็ตาม” นายวิโชคศักดิ์กล่าว


นางสาวนาตยา เพชรรัตน์ ผู้ประสานงานโครงการศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา กล่าวว่าจากงานวิจัย อีกฉบับของภาคีเครือข่ายฯ พบว่าแรงงานประมงเพียง 62% เท่านั้น ที่ระบุว่าพวกเขามีพาสปอร์ตหรือเอกสารสำคัญประจำตัว เกือบ 2 ใน 3 ของแรงงานตอบว่าพวกเขาไม่ได้เก็บเอกสารไว้กับตัวเอง ส่วนใหญ่ถูกนายจ้าง บริษัท หรือนายหน้าเก็บเอาไว้ ซึ่งผิดกฎกระทรวงที่ห้ามนายจ้างเก็บเอกสารสำคัญส่วนตัวของแรงงาน นอกจากนี้ แรงงาน 39% ยังจำไม่ได้ว่าพวกเขาเคยเซ็นสัญญาจ้างงาน และ 95% ไม่ได้รับสำเนาสัญญาจ้างงานจากนายจ้าง

“สถานการณ์แรงงานประมงมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าภารกิจของการแก้ไขปัญหาการทำประมงได้เสร็จสิ้นลง และการปลดใบเหลืองคือจุดเริ่มต้นของประเทศไทยที่ต้องดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่นำมาสู่มาตรฐานการดูแลแรงงานและทรัพยากรทางทะเลที่ดีขึ้น แต่การปฏิบัติงานจริงในพื้นที่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาหลายอย่างถูกแก้ แต่อีกหลายอย่างก็อาจถูกทำให้ซับซ้อนขึ้นหรือเปลี่ยนรูปแบบไปเท่านั้น สุดท้ายคนงานก็อาจจะยังไม่ถูกปฏิบัติอย่างเป็นธรรมอยู่ดี ”

ในโอกาสนี้ ภาคีเครือข่ายฯ ยังได้เสนอแนะให้ทั้งภาครัฐปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมาย ระบบตรวจสอบ และการร้องเรียนในอุตสาหกรรมประมงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทบทวนและบังคับใช้กฎหมายที่คำนึงถึงสิทธิของชาวประมงและชุมชนชายฝั่ง รวมทั้งสนับสนุนการประมงอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้าน ประมงขนาดเล็ก รวมถึงประเมินผลกระทบที่ผ่านมาทั้งต่อเจ้าของเรือ บริษัทแปรรูปและผู้ส่งออกเพื่อให้การดำเนินนโยบายและบังคับใช้กฎหมายมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตลอดจนเร่งประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมของการทำประมงแบบไม่ยั่งยืนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในโอกาสที่ไทยเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 ภาครัฐควรใช้บทบาทนี้ในการทำงานกับประเทศเพื่อนบ้านปฏิรูปภาคประมงร่วมกันอีกทาง

นางสาวสุธาสินี แก้วเหล็กไหล ตัวแทนภาคีเครือข่ายฯ เสนอว่าภาคเอกชนไทยเองก็ควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งในเรื่องการควบคุมปริมาณสัตว์น้ำวัยอ่อนในห่วงโซ่อุปทาน มีการจ้างงานอย่างเป็นธรรม จัดการไม่ให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมจัดหางานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จ่ายค่าจ้างอย่างเหมาะสม เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยบนเรือ เปิดโอกาสให้แรงงานเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเขามากขึ้น และที่สำคัญ จะต้องรับรองและส่งเสริมให้แรงงงานรวมกลุ่มและเจรจาต่อรองได้ เนื่องจากเป็นกลไกที่จะทำให้แรงงานปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนภาคเอกชนต่างประเทศอย่างวงหารือ Seafood Task Force โดยเฉพาะผู้ซื้อต่างประเทศก็ควรสนับสนุนผู้ส่งออกที่ให้ความสำคัญกับอาหารทะเลที่เป็นธรรมและยั่งยืนเช่นกัน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปให้คำเตือนอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลไทยต่อความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือที่เรียกกันว่าการให้ใบเหลือง มาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2558 ก่อนจะมาประกาศปลดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นับเป็นระยะเวลารวมเกือบ 4 ปี

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleคอลลิเออร์สฯ เผยคอนโดกรุงเทพแพงขึ้น 8.2% ห่วงหนี้ครัวเรือนพุ่ง 5.7% กระทบกำลังซื้อตลาดแมส
Next articleไทยนั่งแท่น”ประธานอาเซียน” “ม.หอการค้า”ชี้เงินสะพัด1.5พันล้าน