กระทรวงเกษตรฯสั่งสำรวจตั้งบริษัททำนา โมเดลเจ้าสัวผุดทั่วประเทศ

แฟ้มภาพ
กระทรวงเกษตรฯสั่งสำรวจเศรษฐีตระกูลดังตั้งบริษัท “ทำนาทำไร่” หวังหลบภาษีที่ดินรกร้าง ขณะที่ 3 ตระกูลดัง “กมลสุโกศล-ภิรมย์ภักดี-ทองสิมา” ตั้งบริษัทให้เช่าที่ดิน จับตาโมเดลเศรษฐีที่ดินระบาดทั่วประเทศ
จากที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ฉบับ7-10 ก.พ. 2562 นำเสนอข่าว “เศรษฐีแห่ตั้งบริษัททำนา เร่งจัดพอร์ตหลบภาษีที่ดินรกร้าง” จากการตรวจสอบข้อมูลจัดตั้งบริษัทจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์พบว่ามีเศรษฐีตระกูลดังจัดตั้งบริษัทเพื่อทำการเกษตร หรือให้เช่าที่ดินเพื่อทำไร่ ทำสวน ทำนา ทำประมง โดยบริษัทที่ปรึกษากฎหมายระบุว่า เป็นการรับมือกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะมีผลบังคับใช้ปี 2563 เพราะหากปล่อยเป็นที่ดินรกร้างต้องเสียภาษี 0.3% ปรับเพิ่มขึ้นทุก 3 ปี เพดานสูงสุด 3% กรณีที่ดินเพื่อการเกษตร หากมูลค่า 0-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.01%, มูลค่า 75-100 ล้านบาท เสีย 0.03% และมูลค่า 100-500 ล้านบาท เสียภาษี 0.05%

กรณีที่ดินด้านพาณิชยกรรม ภาษีสูงสุดอยู่ที่ 1.2% มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ภาษี 0.3%, มูลค่า 50-200 ล้านบาท ภาษี 0.4%, มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท ภาษี 0.5% มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท ภาษี 0.6% และมูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ภาษี 0.7% การปล่อยที่ดินไว้รกร้างจะเสียภาษีมากกว่าทำเกษตร และใช้ประโยชน์ด้านพาณิชยกรรม

สั่งสำรวจเจ้าสัวตั้งบริษัททำนา

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่ากระทรวงเตรียมสำรวจพื้นที่ทำการเกษตรใหม่อีกครั้ง เพราะเกรงว่าหลังภาษีที่ดินฉบับใหม่บังคับใช้จะทำให้เจ้าของที่ดิน เจ้าสัว จัดตั้งบริษัททำการเกษตรให้พื้นที่เพื่อเช่า เพื่อไม่ให้เข้าเกณฑ์เสียภาษี กังวลว่าจะกระทบกับแผนการปฏิรูปภาคผลิตด้านการเกษตร ที่ขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้า ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต หากมีการทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น อาจส่งผลกระทบกับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

“ปีก่อนหน้าเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ ลงสำรวจพื้นที่ทำการเกษตร และเมื่อมีเรื่องภาษีที่ดิน กระทรวงเกษตรฯก็กังวลว่าเจ้าสัว หรือผู้ถือครองที่ดินจะเลี่ยงภาษีหากทิ้งที่ดินไว้ไม่ได้ทำประโยชน์ เช่นที่เคยทำมาหันมาทำการเกษตร ปลูกกล้วย ปลูกอ้อย ปลูกแบบทิ้งขว้างไม่หวังผลผลิต แต่กรณีมีการตั้งบริษัทเพื่อทำการเกษตร หรือให้เช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตร เจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่ก็ต้องสำรวจให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ผลผลิตที่ออกมากระทบราคาที่เกษตรกรจะขายได้ และสัดส่วนของพื้นที่ทำการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงไปจากแผนการปฏิรูปที่กระทรวงเกษตรฯกำลังดำเนินการ”


TDRI ชี้ กม.มีช่องโหว่

รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สะท้อนว่าการออกกฎหมายดังกล่าวนอกจากจะไม่ได้ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ หรือแก้ปัญหาการเก็งกำไรราคาที่ดินแล้วยังไม่สอดคล้องกับหลักการของกฎหมายที่ดินที่จะต้องเป็นกฎหมายที่เข้าไปกำกับดูแลหลักผลประโยชน์ เพื่อให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีที่ดินจำนวนมากด้วย

“สายไปเสียแล้วคงแก้ไขอะไรไม่ได้ ตราบใดที่อัตราภาษีต่างกันจนทำให้เกิดความคุ้มค่าที่จะตั้งบริษัท หรือหาวิธีการอื่น ๆ เพื่อเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเขียนกฎหมายไม่ได้เข้าใจถึงหลักการที่แท้จริงของกฎหมายที่ดิน การตั้งบริษัททำนานี้ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมข้าว เพราะหวังแค่เรื่องภาษี ขณะที่รัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะสูญเสียรายได้การเก็บภาษีจากเดิมที่เคยเก็บได้ไร่ละ 100-200 บาทต่อปี ต่อไปก็เก็บไม่ได้เลย ในต่างจังหวัดไม่มีใครถือครองที่ดินมูลค่า 50 ล้านบาทแน่นอน ยกเว้นเศรษฐีในท้องถิ่นนั้น คล้าย พ.ร.บ.มรดกฯที่ผ่านมา 2-3 ปี มีคนเสียจริง ๆ แค่ 2 รายเท่านั้น”

3 ตระกูลเปิดบริษัทให้เช่าที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากกลุ่มเศรษฐีที่มีการจัดตั้งบริษัทเพื่อให้เช่าทำการเกษตร อาทิ ตระกูลแพทยานันท์ ตั้งบริษัทใหม่ 3 แห่ง เพื่อประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ ทำนา ทำสวน ทำไร่ รวมถึงกลุ่มตระกูลสันติวัฒนา เจ้าของกิจการ “น้ำมันพืชคิง” ตั้งบริษัท สันติ ร่วมใจ จำกัด ให้เช่าที่ดิน ทำสวน ทำไร่ และตระกูลสัจจาไชยนนท์ ที่เดิมทำกิจการค้าไม้ในชื่อบริษัท สยามเฮงหมง จำกัด ได้ตั้งบริษัท สัจจไพศาล จำกัด และบริษัท สัจจรุ่งโรจน์ จำกัด เพื่อทำการเกษตร ทำนา ทำสวน ทำไร่ รวมถึงประมง

ล่าสุด จากการตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่าเมื่อช่วงกลางธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา มีกลุ่มนักธุรกิจอีกจำนวนหนึ่งที่ได้ทยอยตั้งบริษัท เพื่อประกอบกิจการให้เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อาทิ นางกมลา สุโกศล เจ้าของกิจการกลุ่มโรงแรมเดอะสุโกศล, ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี และ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากรได้ตั้งบริษัท ซีเอ็นบี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกอบกิจการให้เช่า เช่า เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างอาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัย

เช่นเดียวกับตระกูลทองสิมา เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์-โรงพยาบาล แลนด์ลอร์ด ย่านพระราม 2 ที่ประกอบด้วย น.ส.พัชนี ทองสิมา นายศิริเทพ ทองสิมาและ น.ส.ยุวดี ทองสิมา ได้ตั้งบริษัท อาร์ทูดีทเวนตี้วัน จำกัด ประกอบกิจการให้เช่าที่ดิน

นอกจากนี้พบว่า นักธุรกิจและเจ้าของแลนด์ลอร์ดในหลาย ๆ จังหวัด อาทิ นครราชสีมา เชียงใหม่ สมุทรสาคร นนทบุรี กาญจนบุรี ได้ทยอยตั้งบริษัท โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า ประกอบกิจการให้เช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรประกอบกิจการทำนา ทำสวน ทำไร่ รวมถึงเพื่อสำหรับตากพืชผลเกษตร ลานข้าวเปลือกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และหลายบริษัทเปิดบริษัทให้เช่าที่ดินเพื่อทำตลาดนัด-ตลาดสด

คลิกอ่าน …เศรษฐีแห่ตั้งบริษัททำนา เร่งจัดพอร์ต”หลบภาษี”ที่ดินรกร้าง

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleเจ้าชายฟิลิป ทรงคืนใบขับขี่ หลังขับรถด้วยพระองค์เองจนเกิดอุบัติเหตุ
Next article“กรมบัญชีกลาง” ยืนยันการคำนวณเงินบำนาญให้กับผู้รับบำนาญใช้สูตรเดิม