5 หน่วยงาน ร่วมผลักดันภาคธุรกิจทำบัญชีให้ถูกต้อง ผ่าน 4 แนวทาง

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯร่วมกับ 4 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสรรพากร สภาวิชาชีพบัญชี ธนาคารแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วย “การสนับสนุนและกำกับดูแลผู้ประกอบการให้จัดทำบัญชีและงบการเงินให้ถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ” เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจและนิติบุคคลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดทำบัญชี งบการการเงิน และเข้าสู่ระบบภาษีเพื่อสะท้อนการเจริญเติบโตของธุรกิจอย่างถูกต้องสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจได้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

นายวุฒิไกร กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ กรมฯได้กำหนดมาตรการสนับสนุนและวางแนวทางการกำกับดูแลผู้ทำบัญชีและผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องสอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของธุรกิจ โดยมีแนวทาง 1. จัดอบรมด้านการทำบัญชีเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ธุรกิจผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี 2.รวบรวมโปรแกรมที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจรได้แก่ โปรแกรมสำนักงาน โปรแกรมหน้าร้าน และโปรแกรมบัญชี Online ภายใต้โครงการ Total Solutions for SMEs เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจได้เข้าถึงเทคโนโลยีและสามารถเลือกใช้โปรแกรมที่มีความเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง และจัดทำบัญชีได้อย่างถูกต้อง 3.ร่วมมือกับกรมสรรพากรและสภาวิชาชีพบัญชี จัดทำคู่มือแนวทางการยื่นแบบสำหรับปรับปรุงข้อมูลทางภาษีอากรที่มีผลกระทบกับงบการเงินให้สอดรับกับพ.ร.บ.ยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญาเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ…ของกรมสรรพากร ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา และ4.เปิดช่องทางพิเศษเร่งด่วน ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ให้กับนิติบุคคลกลุ่มที่อยู่ในเงื่อนไขได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มตามพ.ร.บ.ฯ และประสงค์จะส่งงบการเงินฉบับใหม่ เพื่อทดแทนฉบับเดิมที่มีข้อผิดพลาด

นายวุฒิไกร กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เดินหน้าส่งเสริมนิติบุคคลและกำกับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีให้สามารถจัดทำบัญชีได้อย่างถูกต้อง ประกอบกับบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมสรรพากรมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้เชื่อมโยงฐานข้อมูลงบการเงินที่นิติบุคคลนำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทางระบบ DBD e-Filing ไปยังฐานข้อมูลของกรมสรรพากรแบบอัตโนมัติทำให้นิติบุคคลที่ต้องยื่นแบบเสียภาษีอากรไม่ต้องแนบงบการเงินซ้ำ ช่วยให้ภาคธุรกิจสะดวกมากขึ้นและยังทำให้ฐานข้อมูลงบการเงินของประเทศเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน สะท้อนความโปร่งใสของธุรกิจในประเทศ สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous articlePwC คาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแตะ 29.6 ล้านล้านดอลลาร์ในปี’68
Next articleEnjoy Science Careers สร้างแรงบันดาลใจด้วยสะเต็ม