ปีทองธุรกิจริมเจ้าพระยา ทะลุแสนล้านโครงการยักษ์พรึ่บ

ธุรกิจริม 2 ฝั่งน้ำเจ้าพระยาคึกคัก ส.การค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา คาดมูลค่าพุ่งทะลุกว่า 1 แสนล้านบาท เผยโครงการ “ไอคอนสยาม” ช่วยจุดพลุหนุนสัญญาณบวกต่อเนื่อง แถมยังมีเมกะโปรเจ็กต์จ่อผุดขึ้นริมน้ำอีกเพียบ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรการตลาดโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาชี้อัตราการเข้าพักโรงแรมเติบโตราว 10% พุ่งแตะ 85-90% ฟากผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางน้ำ “ท่ามหาราช-ตลาดยอดพิมาน-เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท-เมอริเดียน ครูซ” โหมลงทุนรองรับการเติบโต

นาวาโทปริญญา รักวาทิน นายกสมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บรรยากาศการค้า ธุรกิจ การลงทุน ในพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความคึกคักและมีสีสันเพิ่มขึ้นมาก คาดว่าปี 2562 นี้ ธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาในภาพรวมจะเติบโตเฉลี่ยที่ประมาณ 20-30% หรือมีมูลค่ารวมที่กว่า 100,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีมูลค่าอยู่ที่ราว 70,000-80,000 ล้านบาทในปี 2561

2562 ปีทองแม่น้ำเจ้าพระยา 

นาวาโทปริญญา กล่าวว่า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการหลายรายได้เล็งเห็นถึงการเติบโตของพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและโอกาสที่จะเกิดขึ้น จึงมีการลงทุนเพิ่มเติมหลายจุด ทั้งโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ อาทิ คอนโดมิเนียม, โรงแรมระดับ 5 ดาว, โครงการมิกซ์ยูส รวมถึงภัตตาคาร เรือนำเที่ยว (เรือดินเนอร์กลางคืน) ฯลฯ

“หลังจากการที่โครงการไอคอนสยามได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ระบบการเดินทางของแม่น้ำเจ้าพระยามีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึงราว 10-15% หรือเพิ่มจากประมาณ 4 หมื่นคนต่อวัน เป็นประมาณ 5 หมื่นคนต่อวัน และเรือโดยสารท่องเที่ยวและเรือภัตตาคารก็มีจำนวนผู้ใช้บริการมากเพิ่มขึ้น อาจจะกล่าวได้ว่า ไอคอนสยาม ถือจุดเริ่มต้นแห่งปีทองของแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องจากนี้ไปอีกหลายปี” นาวาโทปริญญากล่าว

“อสังหาฯ-รถไฟฟ้า” หนุน

นาวาโทปริญญา กล่าวว่า นอกจากการเปิดตัวของไอคอนสยามที่ส่งผลเป็นบวกต่อเนื่องแล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้ยังมีอีกหลายโครงการที่จะมาช่วยเพิ่มสีสันและเพิ่มแรงดึงดูดให้กับแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ โครงการเจ้าพระยาเอสเตท ประกอบด้วยโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ โรงแรมคาเพลลา และโฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพฯ รวมถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ ที่จะทำให้เกิดจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 7 จุด จากปัจจุบันที่มีอยู่ 2 จุด บริเวณรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า) และรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-บางใหญ่) และในเดือนกันยายนปีนี้สายสีน้ำเงินกำลังจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ก่อนจะทยอยเปิดให้บริการสายอื่น ๆ เพิ่มจนครบ 7 จุดในปี 2566

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยายังต้องการการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานของระบบการขนส่ง ทั้งการปรับปรุงท่าเรือและพื้นที่หลังท่าเรือที่เป็นถนนขนาดเล็ก หรือซอยแคบ ให้มีขนาดที่เหมาะสมต่อการรองรับผู้โดยสาร การเพิ่มแสงไฟเพื่อความปลอดภัยในการสัญจรไปมา รวมถึงการเพิ่มลานจอดแล้วจรเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงขนส่งโดยสารสาธารณะทั้งรถไฟฟ้าและเรือได้มากขึ้น

อัตราการเข้าพักโรงแรมหรูพุ่ง

นายเดชา ตั้งสิน รองประธานกรรมการโรงแรมแม่น้ำรามาดา พลาซ่า 1 ใน 8 ของผู้ประกอบการกลุ่มพันธมิตรการตลาดโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมของธุรกิจโรงแรมริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีสีสันและเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราเติบโตต่อเนื่องปีละ 5-10% นับตั้งแต่เกิดโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และเชื่อว่าจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องอีกราว 5-10% ในปีนี้ หลังจากที่มีโครงการไอคอนสยามเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา

ปัจจุบันพื้นที่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีโปรดักต์ใหม่ ๆ รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายขึ้น ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ศูนย์การค้า เรือนำเที่ยว ฯลฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ เกือบ 100% รู้จักและเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาแล้ว ขณะเดียวกัน ยังทำให้พื้นที่บริเวณ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะในฝั่งธนบุรีและเจริญนครกลายเป็นแหล่งธุรกิจใหม่ หรือ CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯไปแล้ว สอดรับกับแหล่งข่าวระดับสูงของโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกรายหนึ่งที่กล่าวว่า การขยายตัวของธุรกิจ 2 ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความนิยมมากขึ้น โดยพบว่าปัจจุบันอัตราการเข้าพักของโรงแรมระดับ 5 ดาวในพื้นที่เพิ่มขึ้นถึง 85-90% แล้ว

ปรับท่ามหาราช-ยอดพิมาน 

ด้าน นางสาวณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุภัทรา เรียลเอสเตท จำกัด ผู้บริหารท่ามหาราช ริเวอร์วอล์ค กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ภาพรวมธุรกิจการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักและมีสีสันมากขึ้นจากการเปิดตัวของไอคอนสยาม ส่งผลให้คนไทยหันมาให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็นการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ยังช่วยเพิ่มเส้นทางและความถี่จากทุกการคมนาคมขนส่งให้เข้ามาที่แม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้นด้วย และเชื่อว่าจะส่งผลเป็นบวกต่อเนื่องในปี 2562 นี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับท่ามหาราช นางสาวณัฐปรีกล่าวว่า หลังจากผ่านมา 4 ปี ขณะนี้บริษัทได้ปรับระบบการบริหารจัดการได้ลงตัวขึ้น ทำให้ผลประกอบการในนี้ที่ผ่านมาปรับตัวมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น และอีเวนต์ต่าง ๆ เริ่มเข้ามาจัดงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวส่วนมากที่เดินทางผ่านท่ามหาราชเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) จากประเทศแถบยุโรปและเอเชีย

“ปีหน้าท่ามหาราชเตรียมปรับพื้นที่อีกรอบ โดยการสร้างโซนอีตเทอรี่ (Eatery) รวมร้านอาหารอร่อยไว้ในพื้นที่เดียวกันคือ โซนติดแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการ” นางสาวณัฐปรีกล่าว

เช่นเดียวกับ นายเฉลียว ปรีกราน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดยอดพิมาน จำกัด ที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ส่วนตัวเชื่อว่าในปี 2562 นี้นักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มกรุ๊ปทัวร์และกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองจะเดินทางเข้าสู่พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น และเกิดการกระจายนักท่องเที่ยวออกสู่สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ โดยรอบอย่างทั่วถึงด้วย สำหรับบริษัทเองมีแผนเดินหน้าปรับปรุงพื้นที่บริเวณโครงการยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ซึ่งจะแล้วเสร็จใน 15 เดือน (เริ่มต้นปีที่ผ่านมา) และพื้นที่บริเวณตลาดดอกไม้ ที่จะแล้วเสร็จใน 6 เดือน นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีก 1 โครงการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังจับจ่าย

แห่ลงทุน “เรือโดยสาร-นำเที่ยว” 

นางสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการ บริษัท เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท จำกัด ในเครือบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาในปีนี้จะคึกคักขึ้นอย่างชัดเจน มีปัจจัยบวกจากการเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลายโครงการ และจะทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น และมีจำนวนผู้คนที่จะสัญจรไปมาเพิ่มเป็นเงาตามตัวและจะช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาสดใสตลอดทั้งปี

“ต้นปีที่ผ่านมาเราได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ต่อเรือโดยสาร 2 ชั้นเพิ่ม 3 ลำ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางแบบฮอปออนฮอปออฟ และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ทจาก 3,500 คนต่อวันเป็น 5,000-6,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ยังมีเรือสำหรับให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มหรือผู้ที่สนใจเช่าเรือโดยสารแบบเหมาลำด้วย” นางสุภาพรรณกล่าว

เช่นเดียวกับ นายธรรมรัตน์ หน่องพงษ์ และ นายณพ ตีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอริเดียน ครูซ จำกัด ผู้บริหารเรือ Meridian Cruise เรือดินเนอร์ลำใหม่ล่าสุดในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้การตอบรับการท่องเที่ยวในรูปแบบดินเนอร์ครุยส์ เป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายสั่งต่อเรือดินเนอร์ออกมาให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนในขณะนี้

ส่วนเรือเมอริเดียน ครูซนั้น ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและคนไทยดีเกินคาด ปัจจุบันเรือลำดังกล่าวเปิดให้บริการถึง 3 รอบด้วยกัน คือ รอบแรก เวลา 16.00 น. รอบ 2 เวลา 17.00 น. สำหรับรองรับทัวร์จีนโดยเฉพาะ และรอบดินเนอร์ เวลา 20.00-22.00 น. จอดให้บริการที่ท่าเรือไอคอนสยาม และปัจจุบันยังได้สั่งต่อเรือเพิ่มขึ้นอีก 1 ลำ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีกด้วย คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จและนำมาให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้

Previous articleวิกฤตโรงงานขาด”เศษเหล็ก” เอกชนถกพาณิชย์งัดไม้แข็งคุมส่งออก
Next articleคนแห่ใช้บริการแน่น บขส.โคราช ขนส่งสั่งเพิ่มเที่ยวรถโดยสารเข้ากรุงเทพเป็น 400 เที่ยวต่อวัน