อภิรดี เผย ประชุม JTC ไทย–ภูฏาน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน 2 เท่าภายใน 5 ปี

อภิรดี เผย การประชุม JTC ไทย – ภูฏาน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันอีก 2 เท่าภายใน 5 ปี ด้านภูฏานเผยแผนนโยบายเศรษฐกิจประเทศ พร้อมดึงนักลงทุน โดยเฉพาะไทยที่มีความสามารถด้านสินค้าเกษตร
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย – ภูฏาน ครั้งที่ 2 ซึ่ง ไทยเป็นเจ้าภาพ ว่า โดยการประชุมครั้งนี้ ทั้งไทยและภูฏาน เห็นร่วมตกลงกำหนดเป้าหมายเพิ่มการค้าระหว่างกัน 2 เท่าภายใน 5 ปี จากปัจจุบัน มูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ประมาณ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 นี้ มูลค่าการค้าของ 2 ชาติก็อยู่ที่ 24 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว คาดว่าภายในสิ้นปี 2560 นี้จะทำได้ถึง 30 ล้านเหรียญสหรัฐอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี ในการประชุมทางฝ่ายภูฏาน นำโดยนายลินโป เลคี ดอร์จิ (H.E. Mr. Lyonpo Lekey Dorji) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการของภูฏาน แจ้งว่า ขณะนี้ภูฏาน กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเศรษฐกิจตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับใหม่ ที่เน้นส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะไทย ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมก่อสร้าง และบริการการท่องเที่ยว ประกอบกับภูฏาน ได้เปิดนิคมอุตสาหกรรม 4 แห่งใกล้ชายแดนภูฏาน-อินเดีย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนไทย ที่สามารถเข้าไปลงทุนและส่งออกสินค้าไปยังอินเดียได้โดยไม่ต้องเสียภาษี
“ในเรื่องดังกล่าวกระทรวงพาณิชย์จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในภูฏานได้สะดวกมากขึ้นต่อไป”
การประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีอันดีของทั้งสองประเทศ ก็ยังจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า สินค้าอุปโภคบริโภค บริการด้านการท่องเที่ยวและการรักษาพยาบาล การใช้ประโยชน์จากการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางถนนสามฝ่าย-อินเดีย-เมียนมาร์-ไทย การลงทุน การท่องเที่ยว ก่อสร้างสาธารณูปโภคและบูรณะวัดในภูฏาน ตลอดจน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถเอื้อต่อกันได้ อาทิ การท่องเที่ยว การเกษตร โดยไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะทำงานร่วมว่าด้วย ความร่วมมือด้านเกษตร ครั้งที่ 5 เพื่อหารือต่อยอดความร่วมมือด้านเกษตรสาขาต่างๆ ต่อไป
นอกจากนี้ ในวันที่ 1 กันยายนนี้ จะมีการนำคณะภูฏานเดินทางไปเยี่ยมชมที่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) (ศ.ศ.ป.) เพื่อเยี่ยมชมแนวทางการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของไทย พร้อมเข้าร่วมการประชุมกับผู้บริหาร ศ.ศ.ป. โดยจะมีการนำเสนอข้อเสนอความร่วมมือในการพัฒนาหัตถกรรมให้กับฝ่ายภูฏาน ซึ่งไทยกำหนดระยะเวลา 24 เดือน แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย การจัดทำ MOU การกำหนดกิจกรรมพัฒนาทักษะและความสามารถ และการตลาด
ภูฏานเป็นประเทศขนาดเล็ก ไม่มีทางออกทะเล มีประชากรประมาณ 7 แสนคน และมีเศรษฐกิจที่เน้นพึ่งพาเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอินเดียกว่า 80% แต่สินค้าไทยก็เป็นที่ต้องการและชื่นชอบของคนภูฏาน ทั้งนี้ ภูฏานเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในตลาดเอเชียใต้รองจาก อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา มัลดีฟส์ เนปาล และอัฟกานิสถาน การค้าระหว่างไทยกับภูฏานในปี 2559 มีมูลค่าเพียง 24.37 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่มีอัตราเติบโตกว่า 110.73% โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2555 – 2559) การค้ารวมมีมูลค่าเฉลี่ย 16.27 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 52.16 ต่อปี
สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปภูฏาน ในปี 2559 ได้แก่ ผ้าผืน รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี อาหารสำเร็จรูปอื่นๆ อัญมณีและเครื่องประดับ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เม็ดพลาสติก เครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า และเครื่องนุ่งห่ม สินค้านำเข้าสำคัญของไทยจากภูฏาน ในปี 2559 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ไม้ซุงและไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ สิ่งพิมพ์ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ