รีเซตนมร.ร.ทันเปิดเทอมปี’62 เปิดเกณฑ์รับสมัครสัปดาห์หน้า “ปศุสัตว์” ลั่นไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน

กรมปศุสัตว์เร่งเครื่องนมโรงเรียนรับมติ ครม.สั่งทบทวนกลไกในการบริหาร ลดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน คาด ประกาศหลักเกณฑ์-เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการฯสัปดาห์หน้า ยันเด็กนักเรียนดื่มนมทันเปิดภาคเรียน 2562

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ามติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบเมื่อ วันที่ 26 มีนาคม 2562 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวนกลไกในการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนทั้งระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ ว่า เรื่องนี้เป็นระบบและกลไก ใหม่ที่เน้นการกระจายอำนาจการจัดสรรโควต้าลงกลุ่มพื้นที่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดความเป็นธรรม ในการบริหารจัดการนมโรงเรียน โดยบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และลดปัญหาการมีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน กรมฯได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนเพื่อ พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนประจำปี 2562 ชี้แจงหน่วยงาน ของกรมปศุสัตว์ ได้แก่ ปศุสัตว์เขต ปศุสัตว์จังหวัด ทั่วประเทศ ถึงแนวทางการปฏิรูปโครงการอาหาร เสริม (นม) โรงเรียนและการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน และจะจัดให้มีการประชุมคณะ อนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนกลุ่มพื้นที่ (5 กลุ่ม) โดยมีปศุสัตว์จังหวัดเป็นอนุกรรม การและเลขานุการแต่ละกลุ่มเพื่อดำเนินการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่ายนมโรงเรียนให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมทัน วันเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2562

“การปรับกลไกลใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบใหม่ทั้งหมด โดยคณะกรรมการฯ เห็นชอบร่วมกันว่าจะ เลิกใช้ระบบผู้ได้รับมีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งหมด ส่วนในเรื่องของการกระจายอำนาจในการจัดสรร ทางกรมฯ จะ กระจายสู่ทั้ง 5 ภูมิภาค บริหารผ่านส่วนกลาง คือ คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม(มิลค์บอร์ด) จะเป็นผู้บริหารจัดการและทำการจัดสรรนมเหมือนเดิม” นายสัตวแพทย์สรวิศกล่าว

นายสัตวแพทย์สรวิศกล่าวว่า อย่างไรก็ตามกรมฯ ยืนยันว่าสิ่งที่ยังปฎิบัติเหมือนเดิม คือ เด็กนักเรียนจะต้องได้รับนม ตามเวลา เต็มจำนวน และต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อป้องกันนมที่ไม่ได้คุณภาพ ทั้งนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว นมจะต้องได้ขายนมทุกหยดไม่มีการเทนมทิ้ง เพราะในครั้งนี้เป็นการลงนามแบบพันธสัญญา ไม่ใช่การลงนาม บันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) แบบเดิม หากพบผู้กระทำผิดทางคณะกรรมการฯ สามารถทำการฟ้องร้องตามกฎหมายทันที

นายณรงค์ เลี้ยเจริญ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ภายใต้คณะกรรมการอาหารนม เพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ประชุมคณะอนุกรรม การฯ มีมติเห็นชอบในแนวทางการพิจารณาหลักเกณฑ์วิธีดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนประจำปี 2562 แต่ยังมีข้อมูลบางส่วนที่ต้องให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบความถูกต้องก่อนถึงจะประกาศหลักเกณฑ์ออกไปอย่างเป็นทางการได้ คาดว่า นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ อาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน จะลงนามวันที่ 19 เมษายนนี้

นายณรงค์กล่าวต่อว่า หลังการลงนามดังกล่าว จะมีการประกาศหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนให้กับประชาชนและผู้ที่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการได้ทราบ และคาดว่าจะมีการประกาศรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการฯ ภายในสัปดาห์หน้าต่อไป ซึ่งผู้ที่ซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนม และศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ สามารถเข้ามาร่วมสมัครเข้าโครงการได้ทุกราย

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous articleสธ.แจงแล้ว! นโยบายห้ามขับรถเกิน 80 กม./ชม. แท้จริงมีเหตุผล ลั่นแถลงบ่าย 19 เม.ย.นี้
Next articleเสร็จแล้ว! กรมทางหลวงชนบทยกระดับมาตรฐานทาง เสริมผิวถนนยางพารา จ.สตูล เสร็จสมบูรณ์