จีนเหมายกสวน! กรมวิชาการเกษตรเข้มทุเรียนอ่อนพร้อมแปะป้ายเฉพาะ “Export to China” ตรวจสอบย้อนกลับได้ คาดปีนี้เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้าน

กรมวิชาการเกษตรปกป้องตลาดส่งออกทุเรียนสดไปจีนปีละไม่น้อยกว่า1.5 หมื่นล้าน ระดมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชทั่วประเทศเกาะติดพื้นที่จันทบุรีแหล่งผลิตสำคัญ เร่งรัดการออกใบรับรองโรงคัดบรรจุ (GMP)ในจังหวัดจันทบุรี พร้อมตั้งด่านตรวจพืชรุกสกัดทุเรียนอ่อนที่ขนส่งจากแปลงเกษตรกรก่อนส่งล้งและตลาดอย่างเข้มงวด

ดร.ภัสชญภณ หมื่นแจ้ง ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร(สคว) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เพื่อเป็นการปกป้องตลาดส่งออกทุเรียนสดไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย โดยทำรายได้เข้าประเทศปีละไมน้อยกว่า 15,000 ล้านบาทและมีแนวโน้มขยายตลาดส่งออกในจีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นในฤดูกาลผลผลิตทุเรียน ปี 2562 นี้ กรมวิชาการเกษตรจึงได้ระดมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชทั่วประเทศหมุนเวียนกันมาตรวจศัตรูพืชในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของประเทศ เพื่อควบคุมตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยพืชทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศและอำนวยความสะดวกให้เกษตรกรและการออกใบรับรองโรงคัดบรรจุ (GMP)ในการส่งออกทุเรียนไปจีนได้ทันฤดูกาลส่งออกทุเรียนสดไปจีนในระยะนี้

รวมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าด่านตรวจพืช ควบคุม ตรวจสอบแมลงศัตรูทุเรียนที่สำคัญอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเพลี้ยแป้ง หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน หนอนเจาะผล และราดำ หากตรวจพบศัตรูพืชและผู้ประกอบการไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้ หรือพบว่าผู้ส่งออกไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการส่งออกและข้อกำหนดในพิธีสารฯไทย-จีน กรมวิชาการเกษตรก็จะปฏิเสธการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชแก่ผู้ประกอบการรายดังกล่าวในทันทีและผู้ประกอบการส่งออกรายนั้นก็ไม่สามารถทำการส่งออกได้ นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ด่านตรวจพืชได้ทำหนังสือแจ้งผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนสดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของประเทศคู่ค้าอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการส่งออกภายใต้ข้อตกลงพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับสินค้าผลไม้เมืองร้อนที่ส่งออกจากไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นตลาดหลักทุเรียนของไทย

ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรมีมาตรการเข้มข้นในการกำกับดูแล ตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยพืชให้กับทุเรียนส่งออก โดยประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนสดไปต่างประเทศ ให้ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขการส่งออกทุเรียนของประเทศไทย และเงื่อนไขการนำเข้าของจีน รวมทั้งได้จัดประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจ และตรวจเยี่ยมโรงคัดบรรจุทุเรียนก่อนถึงฤดูกาลส่งออกทุเรียน และก่อนส่งออกจะส่งเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชลงประจำพื้นที่เพื่อทำการสุ่มตรวจทุเรียนก่อนการส่งออกหากไม่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขจะงดการออกใบรับรอง ณ โรงคัดบรรจุจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราดอย่างต่อเนื่อง กรณีได้รับการแจ้งเตือนการตรวจพบศัตรูพืชจากประเทศปลายทางกรมวิชาการเกษตรจะส่งเจ้าหน้าที่จากด่านตรวจพืชเข้าไปติดตาม และตรวจสอบสาเหตุการปนเปื้อนศัตรูพืช พร้อมกับให้คำแนะนำแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม

​นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว ยังได้จัดส่งนายตรวจพืชลงพื้นที่สุ่มตรวจทุเรียนก่อนการส่งออกที่โรงคัดบรรจุในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยองและตราด โดยโรงคัดบรรจุและผู้ส่งออกต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร ก่อนบรรจุทุเรียนจะมีการตรวจสอบว่าทุเรียนได้มาตรฐานตามที่กำหนดหรือไม่ โดยกำหนดให้ติดสติกเกอร์ที่ขั้วผล ซึ่งต้องเป็นไปตามประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกทุเรียนไปนอกราชอาณาจักรและป้ายข้างกล่องบรรจุต้องระบุชื่อบริษัท รหัสผู้ส่งออก หมายเลขทะเบียนสวนหรือรหัสแปลงมาตรฐาน GAP ซึ่งมีเลข 15 หลัก พร้อมระบุวันเดือนปีที่คัดบรรจุและมีคำว่า “Export to China” สำหรับทุเรียนที่จะส่งออกไปจีน ซึ่งจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

“ปัญหาทุเรียนอ่อนนับเป็นอีกปัญหาที่จีนให้ความสำคัญ ดังนั้นในแต่ละปีกรมวิชาการเกษตรได้ออกมาตรการป้องกันไม่ให้ทุเรียนด้อยคุณภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน เช่น ทุเรียนอ่อนหลุดออกไปสู่ประเทศปลายทางอย่างเข้มงวด รวมทั้งได้ปรับระบบตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองสุขอสมัยพืชให้มีความเข้มงวดและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลทางการจีนออกมาตรการแจ้งเตือนมายังผู้ประกอบการไทยน้อยลง โดยปี 61 ซึ่งแม้มีการส่งออกทุเรียนไปปริมาณส่งออกมากเป็นประวัติการณ์แต่กลับได้รับการแจ้งเตือนเพียง 33 ครั้งเท่านั้น ในขณะที่ปี 59 แจ้งเตือน 238 ครั้ง ปี 60 แจ้งเตือน 759 ครั้ง จึงถือเป็นความสำเร็จของกรมวิชาการเกษตรในการวางมาตรการควบคุมคุณภาพทุเรียนและมาตรกำกับดูแล ตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยพืชให้กับทุเรียนส่งออกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” ดร.ภัสชญภณ กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ