สขค.เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างแนวทางคุมค้าส่งค้าปลีก 1 เดือน ตั้งแต่ 29 เม.ย.-28 พ.ค.นี้

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และโฆษกคณะกรรมการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ การแข่งขันทางการค้า ครั้งที่ 19/2562 คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้มีมติเห็นชอบ ร่างประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกกับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย พ.ศ. ….

โดยมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขัน ทางการค้า (สขค.) ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนทั่วไป ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมระหว่าง ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกกับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย พ.ศ. ….ผ่านทางเว็บไซต์ www.otcc.or.th ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2562 – วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 หลังจากสิ้นสุดช่วงระยะเวลาเปิดการรับฟังความคิดเห็นแล้วจะนำข้อมูลมาสรุปผลและพิจารณาปรับปรุงร่างประกาศฯ ในประเด็นที่สำคัญและมีผลกระทบในวงกว้าง ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยทันทีต่อไป

ทั้งนี้ ประกาศคณะกรรมการฯ ฉบับนี้เป็นกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เป็นแนวทางในการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา 57 ซึ่งบัญญัติไว้ ดังนี้ ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) กีดกันการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นอย่างไม่เป็นธรรม (2) ใช้อำนาจตลาดหรืออำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม (3) กำหนดเงื่อนไขทางการค้าอันเป็นการจำกัดหรือขัดขวางการประกอบธุรกิจของผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม และ (4) กระทำการในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
8 พฤติกรรมของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกที่เข้าข่ายไม่เป็นธรรม

สำหรับ 8 พฤติกรรมที่เข้า1) การกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรม เช่น การกดราคารับซื้อสินค้าจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายต่ำกว่าราคารับซื้อปกติ 2) การเรียกรับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม เช่น การเรียกค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าธรรมเนียมการวางสินค้าพิเศษ ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มหรือการขอส่วนลดในวาระพิเศษ และการเรียกรับส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าได้ตามเป้า

3) การคืนสินค้าไม่เป็นธรรม เช่น ผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกคืนสินค้าโดยไม่มีเหตุผลและไม่ใช่ความผิดหรือความบกพร่องของผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย การคืนสินค้าที่มีการสั่งซื้อในปริมาณมากเพื่อ หวังส่วนลดทางการค้า การคืนสืนค้าเพราะมีการปรับปรุงร้านค้าหรือคลังสินค้า

4) การใช้สัญญาการฝากที่ขายที่ไม่เป็นธรรม เช่น บังคับให้ผู้ผลิตหรือจำหน่ายเฉพาะรายทำสัญญาฝากขายแทนการทำสัญญาซื้อขายตามปกติ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกได้รับผลตอบแทนเหมือนสัญญาซื้อขาย

5) การบังคับให้ซื้อหรือจ่ายค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การบังคับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายให้ซื้อสินค้าบางส่วนหรือทั้งหมดอย่างไม่เป็นธรรม 6) การมอบหมายให้พนักงานของผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายปฏิบัติงานอย่างไม่เป็นธรรม เช่น บังคับ ให้มีพนักงานประจำ ณ ที่จำหน่ายของผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีก โดยมีเจตนาเพื่อลดค่าใช้จ่ายของตน ยกเว้นได้รับการยินยอมจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย

7) การปฏิเสธการรับสินค้าที่สั่งซื้อหรือผลิตเป็นพิเศษของผู้สั่ง (Private Brand) หรือเป็นตราเฉพาะของผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีก (House Brand) โดยไม่มีเหตุผล

8) การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมอื่น ๆ เช่น ถอดสินค้าออกจากชั้นวางอย่างไม่มีเหตุผลอันสมควร การนำข้อมูลหรือความลับทางการค้าของคู่ค้าเพื่อผลิตสินค้าตราของตนเองแล้วนำมาวางจำหน่ายแข่งขันกับตราสินค้าปกติ

Previous articleเดินตามดาว 29 เมษายน-5 พฤษภาคม 2562
Next articleนับหนึ่งเริ่มเนรมิต “Thailand Pavilion” หวังโชว์ศักยภาพประเทศในงาน World Expo 2020 Dubai