การแก้ไขปัญหาหมอกควัน 9 จังหวัดภาคเหนือ วันที่ 14 พฤษภาคม 2562

การดำเนินงานแก้ไขปัญหาหมอกควัน 9 จังหวัดภาคเหนือ วันที่ 14 พฤษภาคม 2562

 

  1. 1.  สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ประจำวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม  2562 ณ เวลา 9.00 น. จากการตรวจวัด 17 พื้นที่ ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ สรุปได้ดังนี้
  2. 2. ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 17 – 48 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ซึ่งแสดงถึง คุณภาพอากาศดีมาก (พื้นที่สีฟ้า) เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 พื้นที่ เป็น 8 พื้นที่ในวันนี้ ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณภาพอากาศดี (พื้นที่สีเขียว) ลดลงจากเดิม     11 พื้นที่ เหลือเพียง 4 พื้นที่ในวันนี้ คุณภาพอากาศ ปานกลาง (พื้นที่สีเหลือง) ลดลงจากเมื่อวาน 2 พื้นที่เหลือ  1 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ ต.เวียงผาคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และไม่พบพื้นที่ใดที่อยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) และมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ในวันนี้

– มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทั้ง 9 จังหวัด ซึ่งพบว่ามี 13 พื้นที่ที่มีสถานการณ์ดีขึ้นมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวาน โดยพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ จ.ตาก จ.ลำปาง จ.แพร่ และ จ.น่าน มีสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้ค่าระดับฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก และมีพื้นที่สีเหลือง (คุณภาพอากาศปานกลาง) เหลือเพียง 1 พื้นที่ได้แก่ พื้นที่ ต.เวียงผาคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

– คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก – คุณภาพอากาศปานกลาง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีฟ้า                (คุณภาพอากาศดีมาก) จำนวน 8  พื้นที่ ซึ่งสถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่สีเหลือง (คุณภาพอากาศปานกลาง ลดลงเหลือ 1 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ ต.เวียงผาคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย  และไม่พบพื้นที่สีส้ม(คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)  แลพื้นที่สีแดง (คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ) พื้นที่สีเขียว (คุณภาพอากาศดี) ลดลงจากเดิม 11 พื้นที่ เหลือเพียง 4  พื้นที่ในวันนี้ ได้แก่ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ต.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน และ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา

ตารางที่ 1 แสดงค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ณ เวลา 9.00 น.

ลำดับ สถานี ค่า PM2.5 (มคก./ลบ.ม.) เปรียบเทียบค่า PM2.5

(13 พ.ค. และ 14 พ.ค. 62)

12 พ.ค. 13 พ.ค. 14 พ.ค.
1 ต.เวียงคำ อ.เมือง จ.เชียงราย 42 51 34 ลดลง 33.3 %
2 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 70 76 48 ลดลง 36.8 %
3 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 42 36 32 ลดลง 11.1 %
4 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 37 30 24 ลดลง 20.0 %
5 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 31 30 17 ลดลง 43.3 %
6 ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 45 42 N/A N/A
7 ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 36 34 20 ลดลง 41.2 %
8 ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง N/A 29 17 ลดลง 41.4 %
9 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 66 34 N/A N/A
10 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 38 32 21 ลดลง 34.4 %
11 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน 40 34 27 ลดลง 20.6 %
12 ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 12 12 N/A N/A
13 ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 35 30 22 ลดลง 26.7 %
14 ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน N/A N/A N/A N/A
15 ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ 34 27 19 ลดลง 29.6 %
16 ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 46 40 26 ลดลง 35.0 %
17 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 31 28 22 ลดลง 21.4 %
                                  เฉลี่ย 40.3 35.3 25.3 ลดลง 28.3 %

 

หมายเหตุ : N/A หมายถึง ไม่มีข้อมูลเนื่องจากเครื่องมือขัดข้อง

๒.  สถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 จากดาวเทียมระบบ MODIS ดังนี้

– จุดความร้อนรวมทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ มีทั้งสิ้น 3 จุด โดยลดลงจากวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 จำนวน 3 จุด หรือคิดเป็น 50.0 %

– มีจำนวนมากสุดที่ จ. แพร่ จำนวน 3 จุด

– สามารถแบ่งตามประเภทพื้นที่ได้ดังนี้

1) ป่าสงวนแห่งชาติ 1 จุด

2) พื้นที่สปก. 1 จุด

3) พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1 จุด

ตารางที่ 2 แสดงจำนวนจุดความร้อน (hotspot) จากดาวเทียมระบบ MODIS

ลำดับ จังหวัด จำนวนจุด Hotspot (จุด) เปรียบเทียบจุด Hotspot

(12 พ.ค. และ 13 พ.ค. 62)

11 พ.ค. 12 พ.ค. 13 พ.ค.
1 จ.เชียงราย 4 5 0 ลดลง 100.0 %
2 จ.เชียงใหม่ 2 1 0 ลดลง 100.0 %
3 จ.ลำปาง 1 0 0 ไม่เปลี่ยนแปลง
4 จ.ลำพูน 0 0 0 ไม่เปลี่ยนแปลง
5 จ.แม่ฮ่องสอน 0 0 0 ไม่เปลี่ยนแปลง
6 จ.น่าน 1 0 3 เพิ่มขึ้น 100.0 %
7 จ.แพร่ 1 0 0 ไม่เปลี่ยนแปลง
8 จ.พะเยา 0 0 0 ไม่เปลี่ยนแปลง
9 จ.ตาก 2 0 0 ไม่เปลี่ยนแปลง
                 รวม 11 6 3 ลดลง 50.0 %

 

หมายเหตุ : ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมระบบ MODIS

๓. สถานการณ์หมอกควันข้ามแดน โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) รายงานการปกคลุมของหมอกควันจากดาวเทียมระบบ MODIS ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2562 ไม่พบกลุ่มหมอกควันปกคลุม และจุดความร้อนนอกประเทศไทย มีทิศทางลมพัดจาก      ทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่ประเทศไทย และสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มมีฝนตกในหลายพื้นที่

๔. การดำเนินงานแก้ไขปัญหาหมอกควันของ 9 จังหวัดภาคเหนือ

จังหวัดน่าน

– หน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่าน่าน รายงานผลฯ วันที่ 12 พ.ค.2562 โดยร่วมกับศูนย์ป่าไม้น่าน               สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ กรมป่าไม้ รับเเจ้งการเกิดไฟป่า จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดไฟป่า  ท้องที่บ้านน้ำยาว หมู่ที่ 3 ต.อวน อ.ปัว จ.น่าน ในเขตอุทยานเเห่งชาติดอยภูคา ขณะเข้าตรวจสอบไฟกำลังลุกไหม้เป็นพื้นที่กว้างจึงเข้าทำการควบคุม โดยสนธิกำลังกับชุดปฏิบัติการพิเศษ (เหยี่ยวไฟ), สถานีควบคุมไฟป่า ดอยภูคา, เขตจัดการอุทยานเเห่งชาติดอยภูคาที่ 3, ผู้นำชุมชนเเละราษฎรในพื้นที่ จำนวน 30 นาย สามารถควบคุมไฟป่าไว้ได้บางพื้นที่ เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน จึงได้เฝ้าระวังป้องกันการลุกลามต่อไป

– สถานีควบคุมไฟป่าแม่จริม สบอ.13 แพร่ เจ้าหน้าที่สถานีฯ ร่วมกับสถานีควบคุมไฟป่าในท้องที่จังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าแพร่ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงราย รับการตรวจเยี่ยม            จากท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันุธ์พืช นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานฯ    นายจงคล้าย วรพงศธร ผอ.สำนักฯ นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผอ.สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า

– หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้นาหมื่น หน่วยป้องกันฯที่ นน.17 นาหมื่น หน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่านาน้อย เจ้าหน้าที่ อช. ขุนสถาน / อช.ศรีน่าน เครือข่ายไฟป่า บ.นาหวาย ปี 2561 ม.8  ต.บ่อแก้ว อ.นาหมื่น เครือข่ายไฟป่า บ.ห้วยฮ้อ ปี 2561  ม.12 ต.นาทะนุง อ.นาหมื่น จ.น่าน ตรวจสอบการเกิดไฟป่า บริเวณห้วยฮ้อ ต.นาทะนุง อ.นาหมื่น จ.น่าน ป่าฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ ป่าเต็งรัง สามารถควบคุมได้สำเร็จ พื้นที่ป่าเสียหายประมาณ 100 ไร่ สาเหตุคาดว่ามาจากหวังผลของป่า-ล่าสัตว์

จังหวัดเชียงราย

– พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภาค 3  เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ วัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อเฉลิมพระเกียรติในการร่วมกันทำกิจกรรมสร้างฝาย ปลูกป่า ทำธนาคารน้ำและทำแนวกันไฟป่าเปียก ถวายเป็นพระราชกุศล และเพื่อให้จิตอาสาได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันแบบยั่งยืน ขยายไปทุกพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย และเป็นต้นแบบให้ทั้ง17 จังหวัดในภาคเหนือไปพร้อมกัน โดยมี พระอาจารย์วิบูลย์ ธัมมะเตโช เจ้าอาวาสวัดพุทธอุทยาน  ดอยอินทรีย์ พระภิกษุ สามเณร พร้อมด้วย นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พันเอก สุวิทย์ วังยาว รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พันเอก พศิน แสงคำ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงรายฝ่ายทหาร พลตำรวจตรี ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธร  จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนจิตอาสาพระราชทาน กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัย          แม่ฟ้าหลวง และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย กว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์   โดย พระอาจารย์วิบูลย์ ธัมมะเตโช ได้ทำสัญญาข้อตกลง (MOU) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำกินที่ติดแนวเขตป่า  เพื่อป้องกันการบุกรุกป่า ตัดไม้ทำลายป่า ป้องกันไฟป่า และเพื่อฟื้นฟูป่าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านทุกคน มีที่ทำกิน มีอาชีพมั่นคง โดยได้ดำเนิน ตามแนวทางพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการป้องกันไฟป่าและสร้างอาชีพให้กัประชาชน ด้วยการปลูกป่า สร้างฝายทำแนวกันไฟป่าเปียก ปัจจุบันสามารถดูแลพื้นที่ป่าป้องกันไฟไหม้ได้เนื้อที่ประมาณ 8 พันไร่ ทำให้ดอยอินทรีย์แห่งนี้เปรียบเสมือนปอดฟอกอากาศของเขตเมืองเชียงราย

หน่วยงานราชการ ทุกภาคส่วน ประชาชน ร่วมฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่เขตรับผิดชอบตามข้อสั่งการ     ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ดักฝุ่นละอองและหมอกควันที่มีค่าเกินมาตรฐาน และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันฉีดพ่นละอองน้ำในทุกครัวเรือนและชุมชน องค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 18 อำเภอ ในจังหวัดเชียงราย ฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่เขตรับผิดชอบ วันละ 2 รอบ

จังหวัดลำปาง

จังหวัดลำปางได้กำหนดข้อปฏิบัติในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงหลังจากพ้นกำหนดห้ามเผา จังหวัดลำปาง ประจำปี พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นการบริหารจัดการเชื้อเพลิงทุกพื้นที่หลังสิ้นสุดกำหนดวันห้ามเผา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป โดยดำเนินการบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ ให้พื้นที่ ที่มีความประสงค์จะดำเนินการบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ โดยให้จัดการด้วยวิธีการที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนเป็นลำดับแรก เช่น การไถกลบตอซัง หรือเศษวัชพืชในพื้นที่เกษตร การทำปุ๋ยหมัก หรือการนำไปเป็นอาหารสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องเผาวัชพืชในที่ดินทำกิน ให้ราษฎรผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวต้องขออนุญาตจากกำนันหรือ ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายอำเภอท้องที่นั้นๆ ก่อนที่จะดำเนินการเผาทุกครั้ง โดยต้องจัดทำแนวกันไฟความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร โดยรอบพื้นที่ และควบคุมไฟมิให้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆได้  พร้อมทั้งให้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายอำเภอท้องที่จัดเจ้าหน้าที่คอยควบคุมในการดำเนินการดังกล่าวด้วย

จังหวัดเชียงใหม่

– ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน ในการประชุมคณะทำงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ โดยให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงานรายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมเสนอแนวคิดแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า    ของจังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องประชุม 2 อาคาร SMEs ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา

– ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป้าอำเภออมก๋อย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟปาพื้นที่อำเภออมก๋อยระดับตำบลประจำปี 2562 เพื่อสะท้อนปัญหาและอุปสรรคของการปฏิบัติหน้าที่ในห้วงของการเกิดไฟป้าในพื้นที่ และร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในการควบคุมไฟปาอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดพะเยา

จังหวัดพะเยาร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (งานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเทศบาลเมืองพะเยา) ร่วมดำเนินมาตรการเพิ่มความชุ่มชื้นและลดฝุ่นละอองในอากาศ โดย นำรถยนต์บรรทุกน้ำ รถดับเพลิง ทำการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื่น ลดหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ ทำความสะอาดถนน ต้นไม้ ณ บริเวณศาลหลักเมืองพะเยา อำเภอเมืองพะเยา

จังหวัดตาก

ศูนย์บัญชาการหมอกควันและไฟป่าอำเภอแม่สอดจัดรถดับเพลิงทำการฉีดพ่นละอองน้ำและล้างถนน เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศในพื้นที่อำเภอแม่สอด โดยได้รับการสนับสนุนรถน้ำจากหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 14 เทศบาลนครแม่สอด และศูนย์ปภเขต 9 พิษณุโลก

จังหวัดแพร่    

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ ปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อบรรเทาปัญหา          ฝุ่นละอองขนาดเล็กและเพิ่มความชื้นในอากาศเป็นประจำทุกวัน โดยได้รับการสนับสนุนรถหุ่นยนต์ดับเพลิงแรงดันสูงควบคุมระยะไกล จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 15 เชียงราย และได้รับการสนับสนุนรถน้ำดับเพลิงพร้อมเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองแพร่ กองพันทหารม้าที่ 12 แขวงทางหลวงแพร่ แขวงทางหลวงชนบท อบจ.แพร่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทุกแห่งร่วมปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน แขวงทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน  ดำเนินการจัดรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่นละอองและเพิ่มความชื่นในอากาศในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตามแผนปฏิบัติงานเพื่อบรรเทาและลดผลกระทบจากฝุ่นละอองในพื้นที่ จ. แม่ฮ่องสอน

Previous article“ทีโอเอ” ลั่น 3 ปี 3 แบรนด์หมื่นคัน ดันรายได้กลุ่มค้าปลีกรถยนต์แตะหมื่นล้าน
Next article“หนองคาย” ฝนตกหนักระบายนำไม่ทัน ส่งผลดีต่อพืชผลเกษตรกร