ชมโรงงานกลั่น ‘น้ำมันทูน่าบริสุทธิ์’ แห่งแรกของทียู

ในต่างประเทศมีงานวิจัย พบว่า “น้ำมันจากปลาทูน่า” มีสารโอเมก้า 3 สาร DHA/EPA สูงกว่าน้ำมันปลาชนิดอื่น และมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันจากสาหร่ายเซลล์เดียว และหากนำมาเป็นส่วนผสมในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยพัฒนาการที่ดีกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 เดือนอย่างมาก

‘สหภาพยุโรป’ ได้ประกาศกฎระเบียบใหม่ เพื่อเพิ่มส่วนผสม DHA เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในปี 2020 โดยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตนมผงเตรียมพร้อม ในเวลา 3 ปี ก่อนจะบังคับใช้จริงในปีหน้า ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้มีปริมาณความต้องการน้ำมันทูน่าการผลิตนมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จึงนับว่าเป็นโอกาสสำหรับไทยยูเนี่ยนที่จะแปลงบายโปรดักต์เป็นโคโปรดักต์ เพื่อเพิ่มมูลค่า ลดการทิ้งของเสียจากกระบวนการผลิต ไทยยูเนี่ยน ได้ลงทุน 24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันปลาบริสุทธิ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลขึ้นที่เมืองรอสต็อค ประเทศเยอรมัน

มร.ลีโอนาร์ดัช คูเลน กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจ Ingredients ซึ่งเป็นผู้ดูแลการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจการผลิต และผลิตภัณฑ์ และการขายและการตลาด ของไทยยูเนี่ยน ทั่วโลก กล่าวว่าโรงงานนี้มีกำลังการผลิต 5,000 ตันต่อปี เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2562 มียอดจำหน่ายแล้ว 250 ตันให้กับบริษัทผู้ผลิตนมผง บริษัทวางเป้าหมายรายได้ในปีแรก 800 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มการทำตลาดจนเต็มกำลังการผลิต 5,000 ตันได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้าซึ่งจะทำให้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด คิดเป็น 25-30% ของตลาดโลก

“แม้ว่าปัจจุบัน มีผู้ผลิตน้ำมันปลาทูน่าในตลาดโลก ประมาณ 4-5 ราย ในญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ แต่มีเพียงทียูเท่านั้นที่มีจุดแข็งคือมีซัพพลายเชนการผลิตน้ำมันปลาทูน่าครบวงจรตั้งแต่ตั้นน้ำ-ปลายน้ำ ทั้งยังเป็นผู้ผลิตที่สามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณวัตถุดิบได้ เพราะเป็นเจ้าของวัตถุดิบหัวปลาทูน่าที่ใช้สกัดน้ำมันปลา 1 ใน 4 ของโลก ซึ่งการมาตั้งโรงงานที่เยอรมันเป็นพื้นที่ใกล้กับลูกค่าผู้ผลิตนมผง และยังเป็นประเทศที่มีมาตรฐานความปลอดภัยที่น่าเชื่อถืออีกด้วย”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ โรงงานอยู่ระหว่างการทำตลาดหาลูกค้า โดยได้เข้าร่วมงานแฟร์ เมื่อวสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้พบกับผู้ผลิตนมผงชั้นนำของโลก 4-5 ราย เช่น เนสท์เล่ มีสจอห์นสัน ดานอน ฟิชแอนด์คัมบีน่า เป็นต้น โดยช่วงแรกสัดส่วนรายได้จากน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ยังไม่ได้เต็ม100% แต่ทางบริษัทมีการขายน้ำมันดิบปลาทูน่า (ครูด) เป็นวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตน้ำมันปลาทูน่ารายอื่น แต่ในอนาคตสัดส่วนรายได้จากน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้รายได้ภาพรวมเพิ่มขึ้น เพราะราคาน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์สูงกว่าน้ำมันปลาทั่วไป 5-10 เท่า โดยราคาน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์อยู่ที่กก.ละ 12-15 เหรียญสหรัฐ ส่วนน้ำมันดิบปลาทูน่า อยู่ที่ กก.ละ 7-8 เหรียญสหรัฐ

สำหรับขั้นตอนการผลิตน้ำมันปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยน เริ่มจากการสกัดน้ำมันดิบจากหัวปลาทูน่าสด ซึ่งนับเป็นส่วนของปลาทูน่าที่ให้น้ำมันในคุณภาพที่ดีที่สุด ที่โรงงานสกัดน้ำมันของไทยยูเนี่ยน ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงงานแปรรูปปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยนในจังหวัดสมุทรสาคร ประเทศไทย จากนั้นขนส่งน้ำมันดิบปลาทูน่ามาทางเรือ เพื่อลำเลียงเข้าสู่โรงงาน ที่รอสต็อกเพื่อกลั่น ผ่านกระบวนการกลั่นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง มี 3 ขั้นตอนหลัก คือ การแยกส่ิงปลอมปน ปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง การฟอกขาว และการกลั่น แล้วบรรจุน้ำมันบริสุทธิ์ลงถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรส่งมอบให้กับลูกค้าปลายทาง

อนึ่งปัจจุบัน ไทยยูเนี่ยนมีโรงงานปลาทูน่า 5 โรงงาน คือ ซีเชล กาน่า และในประเทศไทย 3 โรงงาน ซึ่งทั้งหมดจะลำเลียงวัตถุดิบไปสกัด ที่โรงงานสกัดจ.สมุทรสาคร และขนส่งมากลั่นที่เยอรมันเช่นเดียวกัน

Previous article‘ฤทธิรงค์ บุญมีโชติ’ บิ๊ก TU ผนึกพันธมิตร รุกเปิดตลาดนวัตกรรม ‘ฟีดไคน์โปรตีน’
Next articleธุรกิจ “ออนเซน” มาแรง แฟรนไชส์เปิดสะพรั่งทั่วเอเชีย