สงครามการค้าพ่นพิษฉุดส่งออกไทยหดตัวต่อเนื่อง พาณิชย์เร่งหารือเอกชนรับมือปัญหา

พาณิชย์เผยสงครามการค้าชนวนเหตุให้การค้าชะงักทั่วโลก หลายชาติชะลอนำเข้า ฉุดส่งออกไทยหดตัวต่อเนื่อง 4 เดือนแรกของปีนี้การส่งออกไทยลดลง 1.9% เตรียมเชิญเอกชนหารือ 29 พ.ค. รับมือสงครามการค้า

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กล่าวว่า การส่งออกเดือนเมษายน 2562 มีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 2.6% เป็นการขยายตัวติดลบอีกครั้ง หลังจากที่เดือนมีนาคม 2562 ก็เพิ่งติดลบ 4.8% ส่งผลให้การส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ลดลง 1.9% มีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการนำเข้าเดือนเมษายน 2562 มีมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.7% และส่งผลให้ขาดดุลการค้าในเดือนเมษายน 2562 มูลค่า 1,457 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.72% แต่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ในภาพรวมไทยยังได้ดุลการค้า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ในช่วง 8 เดือนที่เหลือจะต้องผลักดันการส่งออกให้ได้ 21,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้การส่งออกขยายตัวทั้งปีที่ 0%

สำหรับสาเหตุที่การส่งออกลดลงต่อเนื่องเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ทำให้กระทบกำลังซื้อทั่วโลกอย่างชัดเจน และยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ที่ทำให้การส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมลดลงมาก ส่วนหนึ่งยังเป็นผลมาจากเทคโนโลยีของไทยล้าสมัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลในระยะยาว หากไม่มีการปรับโครงสร้างการผลิต เช่น สินค้าในกลุ่มรถยนต์ ไทยยังผลิตรูปแบบเดิม ในขณะที่ประเทศผู้ซื้อหันไปนำเข้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายกลุ่มที่ส่งออกเพิ่ม เช่น กลุ่มอาหาร ทั้งอาหารทะเล และผลไม้สด โดยเฉพาะมังคุด แม้จะไม่ได้ส่งออกมากเท่ากับทุเรียน แต่พบว่ามีการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นมาก โดยทางสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ามองว่ากลยุทธ์ที่ไทยจะใช้รับมือสงครามการค้าจะต้องเน้น 2 S ได้แก่ Speed & Strategy กล่าวคือ ต้องแสวงหาโอกาสจากส่วนแบ่งทางการตลาดที่ลดลงจากสงครามการค้า ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาตลาดเดิมเอาไว้ให้ได้

“สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น ไทยต้องเร่งหาโอกาสในการเข้าไปทดแทนในตลาดดังกล่าว โดยตลาดสหรัฐที่ขึ้นภาษีจีน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นสินค้าไทยมีโอกาสเข้าไปเจาะกว่า 1,500 รายการ หรือมูลค่า 8,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นสินค้ากลุ่มอาหาร เครื่องเทศ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับ อัญมณี และสินค้าไลฟ์สไตล์ ส่วนสินค้าที่ไทยมีโอกาสไปทดแทนตลาดจีน เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ และอาหาร เป็นต้น


ทั้งนี้ สนค.จะเชิญภาคเอกชนทุกอุตสาหกรรม มาหารือในวันที่ 29 พ.ค. 2562 และจะมีการประชุม กนส. ในวันที่ 21 มิ.ย.ด้วย หลังจากที่นายกรัฐมนตรีให้กระทรวงพาณิชย์หารือเรื่องสงครามการค้าและการรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น สำหรับข้อเสนอที่เอกชนเสนอมา เช่น การตั้งวอรูมข้อมูลข่าวสารที่สามารถตอบคำถามเอกชนได้สวนในระยะยาวเน้นการดึงดูดการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้น