สรท.หั่นเป้าส่งออกทั้งปีโตแค่ 1% เชื่อปัญหาสงครามยืดเยื้อ

สรท.หั่นเป้าส่งออกทั้งปีโตแค่ 1% เชื่อปัญหาสงครามยืดเยื้อ
สรท.หั่นเป้าส่งออกไทยทั้งปีเหลือแค่ 1% เหตุจากปัญหาสงครามการค้าที่คาดจะยืดเยื้อ เร่งกระทรวงพาณิชย์ตั้ง War room ติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาโดยเร็ว

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ปรับคาดการณ์การส่งออกปี 2562 โต 1% จากเดิมที่อยู่ 3% สำหรับการส่งออกทั้งปี 1% อยู่ภายใต้สมมุติฐานค่าเงินบาท 33.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ และมีปัจจัยบวก ผู้ประกอบการปรับตัวได้เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้า หาตลาดใหม่ รวมไปถึงกระทรวงพาณิชย์ดำเนินนโยบาย “Speed and Strategy” เพื่อรับมือกับสงครามการค้าและ โดยเตรียมเสนอ กนศ. ตั้ง War room เพื่อติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาให้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ สหรัฐเลื่อนการปรับขึ้นภาษีรถยนต์จากทุกประเทศทั่วโลกออกไป 180 วัน (14 พ.ย. 62) และเร่งเจรจากับยุโรปและญี่ปุ่นขยายตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ยังกระทบและต้องติดตาม เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงกระทบกำลังซื้อ สงครามการค้ายืดเยื้อและการปรับขึ้นภาษีรอบที่ 4 วงเงิน 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัญ ส่งผลกระทบต่อการหาช่องทางระบายสินค้าไปยังประเทศที่สามแทน รวมถึงมาตรการทางการค้าที่สหรัฐดำเนินกับประเทศอื่น ส่งผลกระทบกับการค้าทั่วโลก

“เช่น เม็กซิโก (ขึ้นภาษี 5% ป้องกันการอพยพ) อิหร่าน (ห้ามซื้อน้ำมัน) ถอนตัวจาก Paris agreement เกาหลีเหนือ (คว่ำบาตร, อาวุธ) อินเดีย (เตรียมตัดสิทธิ์ GSP) ล่าสุด จีนได้ยุติการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ และไม่มีแผนที่จะซื้อถั่วเหลืองล็อตใหม่”

ทั้งนี้ สงครามการค้า กระทบต่อการตัดสินใจในการเพิ่มการลงทุน หรือการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตทำให้ภาคการส่งออกชิ้นส่วนเพื่อไปประกอบยังสหรัฐและจีนชะลอตัวลง ปัญหากฎระเบียบในประเทศที่ไม่เอื้อต่อการสถานการณ์ส่งออกที่อาจเป็นโอกาสของสินค้าไทยส่งเข้าไปทดแทนตลาดจีนและสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าผู้ส่งออกจะมีการพัฒนาแบรนด์และคุนภาพ (branding and quality) รองรับตลาดส่งออกแล้วก็ตาม โดยปัจจัยต่างๆล้วนกระทบทำให้ สรท. ประเมินการส่งออกทั้งปีคงเหลือ 1%

นางสาวกัณญภัค กล่าวอีกว่า สรท. ได้จัดทำ “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” เพื่อเป็นข้อเสนอแนะที่สำคัญต่อรัฐบาลใหม่ในการรับมือกับอุปสรรคทางการค้า ประกอบด้วย 1. การเปิดตลาดการค้าใหม่และเจรจาการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ 2.การจัดกิจกรรม Trade Mission และ Thailand Exhibition ในตลาดยุทธศาสตร์ 3) การใช้ประโยชน์จากการเป็นประธานอาเซียน 4) การเร่งเจรจาการค้าเสรี ไทย-อียู, CPTPP และ RCEP

นอกจากนี้ การส่งเสริมการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนา B2B Cross Border e-Trading Platform การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ยกระดับความพร้อมของบุคลากรให้สอดคล้องกับบริบทการค้าในปัจจุบัน ส่งเสริมด้านภาษีให้กับผู้ประกอบการภาคเอกชนในการลงทุนพัฒนาบุคลากร เป็นต้น

การส่งออกเดือนเมษายน 2562 มีมูลค่า 18,555.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -2.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) ในขณะที่ การนำเข้าในเดือนเมษายน 2562 มีมูลค่า 20,012.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) ส่งผลให้ เดือนเมษายน 2562 ประเทศไทยขาดดุลการค้า 1,457.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ