บอร์ด EEC เคาะไม่รับพิจารณา 2 ซองล่าช้าของกลุ่ม CP ประมูลสนามบินอู่ตะเภาลุ้นศาลปกครองตัดสิน

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือเลขาฯEEC) กล่าวภายหลัง การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 7/2562 ซึ่งมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า กพอ. รับทราบและพิจารณาเห็นด้วย ต่อความเห็นของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ที่มีมติยืนไม่รับพิจารณาข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 (ซองที่2 และซองที่3) ของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง จำกัด ของกลุ่มซีพีและพันธมิตร

เนื่องจากได้ยื่นหลังกำหนดเวลาตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก โดยจะทำการแจ้งผลการพิจารณาต่อกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ ต่อไป หลังจากที่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง

“กระบวนการตอนนี้คือ 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม Grand Consortium กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส (BBS Joint Venture) ที่ยื่นโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก คณะกรรมการคัดเลือกต้องหยิบซองที่ยื่นมาพิจารณาไปก่อนได้เลย ซึ่งคณะนี้กำลังพิจารณาซองที่ 1 คือซองเทคนิค ส่วนกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง ของกลุ่มซีพีจะยังต้องรอคำสั่งศาลปกครอง จึงจะเปิดซองที่ 2 และ3 ได้ของซีพี”

อย่างไรก็ตามหากศาลตัดสินให้รับพิจารณาซองที่ 2 และ 3 ของกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งกลุ่มซีพี ซึ่งอีก 2 รายที่เหลือจะไม่สามารถฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกได้ เนื่องจากคำสั่งศาลถือเป็นที่สุดแล้ว โดยคณะกรรมการคัดเลือกก็จะดำเนินการพิจารณาเปิดซองที่ 2 และซอง 3 ตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กพอ.รับทราบ ผลการดำเนินงานเพื่อเตรียมการลงนามสัญญาร่วมทุน ได้แก่ การจัดทำเอกสารแนบท้ายร่างสัญญาร่วมลงทุน เรื่องทางเทคนิค การเงิน และกำหนดรายละเอียดเพื่อตรวจสอบหน้าที่ของ รฟท. ในฐานะคู่สัญญาฝ่ายรัฐที่ต้องดำเนินการเป็นการเฉพาะ
รับทราบ การเสนอรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รฟท. รับความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประเด็นมาตรการป้องกันลดผลกระทบการเดินรถไฟ ฯ รับทราบการดำเนินงานศูนย์ร้องเรียน และสอบถามความวิตกกังวลของผู้ได้รับผลกระทบ เป็นต้น รับทราบการจัดตั้งหน่วยงานบริหารสัญญาโครงการฯและการจัดทำแผนส่งมอบพื้นที่ ทั้งนี้จะกำหนดให้มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2562 นี้

2.โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 กพอ. รับทราบ ความเห็นของกรรมการ กพอ. ต่อร่างสัญญาร่วมลงทุน และคำชี้แจงของ กนอ. ต่อร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ และจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ

3. โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก กพอ. รับทราบและพิจารณาเห็นด้วย ต่อความเห็นของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ที่มีมติยืนไม่รับพิจารณาข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง ฯ เนื่องจากได้ยื่นหลังกำหนดเวลาตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน โดยจะทำการแจ้งผลการพิจารณาต่อกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ ต่อไป

สำหรับผลการดำเนินงานในรอบ 2 ปีนั้น ได้มีเรื่องพิจารณา 17 ครั้ง อนุมัติเรื่องสำคัญรวม 52 เรื่อง ซึ่งมีการประชุมในปี 2560 (ชื่อเดิม) คณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) จำนวน 3 ครั้ง โดยปี 2561 การประชุม แบ่งเป็น กนศ. จำนวน 3 ครั้ง และกพอ.จำนวน 5 ครั้ง และปี 2562 การประชุม กพอ. จำนวน 6 ครั้ง

Previous articleประสาร ไตรรัตน์วรกุล 3 คาถาสู่ความยั่งยืน
Next articleเร่งขยายถนน 4 เลน “อรัญประเทศ” เสร็จปลายปีนี้เสริมการค้า-ขนส่ง ชายแดนไทย-กัมพูชา