ปตท.ลุ้น ครม.เคาะท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) จะมีการอนุมัติโครงการลงทุนท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 โดยปตท.ในนามบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัทลูก ร่วมลงทุนกับบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หลังจากนั้นจะลงนามสัญญากับการนิคมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ต่อไป
“ตามหลักการแล้วน่าจะเข้าครม.วันพรุ่งนี้เพราะผมดูแล้วไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไร หลังจากนั้นก็จะมีการลงนามสร้างสัญญา JV (Joint venture) ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการที่รัฐอยากให้เกิดอยู่แล้ว”

นอกจากนี้ นายชาญศิลป์กล่าวต่อว่า ล่าสุด สถาบันนวัตกรรม ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. เปิดตัวร้าน “คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์” สาขาพีทีที สเตชั่น สามย่านเป็นแห่งแรกในการนำร่องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ของใช้ภายในร้านให้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ เช่น การนำเยื่อกาแฟ ซึ่งเป็นของเหลือหลักจากโรงคั่วกาแฟมาบดและอบเพื่อไล่ความชื้น ขึ้นรูปเป็นวัสดุคอมโพสิต ร่วมกับน้ำยาอีพอกซี เรซิน เพื่อใช้เป็นวัสดุตั้งต้นในการทำโต๊ะ ตู้ เคาน์เตอร์ ชั้นวางของ และเฟอร์นิเจอร์ โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ คือ น้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้มาก ผิวมันวาว สวยงาม คงทนต่อสารเคมีได้ดีเป็นการนำเยื่อกาแฟมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดีตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มีแนวทางการนำทรัพยากรมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งบริษัทยังอยู่ระหว่างติดตามประเมินผลและแยกบัญชีด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของกลุ่มปตท. มาแล้ว 3-4 เดือน ซึ่งต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินงานให้มีความชัดเจน

สำหรับความคืบหน้าการลงทุนโครงการ MARS หรือ Maximum Aromatics Project โครงการผลิตพาราไซลีน และสารเบนซีน ขอวบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือไออาร์พีซี (IRPC) จะมีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนแผนงานโครงการ รวมถึงโครงการปรับปรุงพัฒนาโรงกลั่นควบคุมมาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ตามนโยบายของรัฐบาล

ด้านนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือพีทีที โออาร์(PTTOR) กล่าวว่าอุปกรณ์ของใช้ภายในร้านที่เปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ อาทิ แก้วร้อนที่เป็นแก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพย่อยสลายสู่ธรรมชาติได้ 100% ปัจจุบันมีปริมาณการใช้ 1.5 ล้านแก้วต่อเดือน แก้วเย็นที่ทำจากพืช 100% มีการใช้ 8 แสนแก้วต่อเดือน หลอดมีการใช้ 270 ล้านหลอดต่อเดือน รวมถึงการใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติกใส่เบเกอรี่

โดยบริษัทตั้งเป้าลดปริมาณขยะพลาสติกของร้านได้ถึง 645 ตันต่อปี ซึ่งมีแผนนำร่องอีก 2 สาขา ที่ตึก ปตท.สำนักงานใหญ่ และตึกเอ็นโก้ บี ของกระทรวงพลังงาน ภายในปีนี้ และตั้งเป้าหมายนำวัสดุที่ใช้แล้วภายในร้านกลับมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นอุปกรณ์ใช้ใหม่ให้ได้ 70% อีก 30% เป็นวัสดุใหม่ ปัจจุบันพีทีทีโออาร์มีสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม) 1,700 แห่ง มีร้านคาเฟ่ อเมซอน 2,600 สาขา มีลูกค้าเข้าใช้บริการในร้านกว่า 2 ล้านคนต่อวัน

Previous articleนิสสันมอบอะไหล่กว่า 10,000 ชิ้น ช่วยส่งเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Next article“ปลากระป๋อง” ดิ้นสู้ตลาดซบ บิ๊กแบรนด์แห่รุกอาหารพร้อมทานปั๊มยอด