กระทรวงพาณิชย์ ลองสูตรใหม่ โยกทูต ตปท.นั่งพาณิชย์ จว.ดันค้าชายแดน

สถานการณ์การส่งออกในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมายังคงติดลบ 2.7% ส่งผลให้ภาคเอกชนหลายสถาบันปรับลดตัวเลขเป้าหมายการส่งออกปีนี้ว่าจะติดลบเกิน 1%

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการหารือผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ยังคงยืนยันเป้าหมายปี 2562 ว่าจะขยายตัว 3% โดยประเมินจากการสั่งซื้อที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่มีการสั่งซื้อมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีปัจจัยเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนและแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี ที่เข้ามากระทบต่อการส่งออกเกินกว่าที่ได้เคยประเมินกันไว้

มาตรการในการดูแลการส่งออกขณะนี้ได้มอบให้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้มีการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์เรื่องสงครามการค้า และปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน
และการส่งออก ขณะเดียวกัน กระทรวงก็มีนโยบายมุ่ง “ส่งเสริมการค้าชายแดน” กับประเทศเพื่อนบ้าน
ในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น

โยกทูตพาณิชย์คุมชายแดน

ล่าสุดได้โยกย้ายทูตพาณิชย์จากต่างประเทศกลับมารับตำแหน่งพาณิชย์จังหวัด เพื่อช่วยวางมาตรการผลักดันการค้าชายแดน เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์คนแรกที่ย้ายกลับมา คือ นายผกายเนติ์ เล่งอี้ ประจำสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา กลับมารับตำแหน่งพาณิชย์ จ.กาญจนบุรี

“ขณะนี้ตลาดอาเซียนเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 25% ของการส่งออกทั้งหมด และหากวิเคราะห์ลึกลงไปกลุ่มอาเซียน CLMV มีสัดส่วนการค้าสูงมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เราให้ความสำคัญตรงจุดนี้ แนวทางส่งเสริมการค้าชายแดนตอนนี้เราดึงทูตพาณิชย์ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน คือ ทูตพาณิชย์จากเมียนมา กลับมาเป็นพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งนี่ไม่ใช่การทำโทษ แต่เราจะสะท้อนว่าให้ความสำคัญกับการค้าชายแดนมากขึ้น”

นำร่องใช้ริงกิตดอลลาร์สิงคโปร์

ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าได้ส่งเสริมให้การค้าชายแดนสามารถใช้เงินสกุลท้องถิ่นค้าขายระหว่างกัน เช่น นำร่องได้ในเงินสกุลริงกิต และดอลลาร์สิงคโปร์ก่อน เพราะทั้งสองตลาดมีสกุลเงินที่มีเสถียรภาพมากที่สุด นอกจากนี้ได้แก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดน เช่น การขยายระยะเวลาเปิดให้บริการด่านชายแดน ก็มีการดำเนินการมากขึ้นในหลาย ๆ ด่าน การเตรียมเปิดด่านผ่านแดนถาวรสะพานแห่งที่ 2 ฝ่ายไทยมีความพร้อมมาก และอยู่ระหว่างรอความพร้อมของฝ่ายเมียนมา

ชงวาระร้อน รมว.คนใหม่

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า หากมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ทางกระทรวงพร้อมดำเนินงานตามนโยบายต่าง ๆ ทันที โดยขณะนี้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมรายงานและเสนอมาตรการสำคัญเร่งด่วนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทันทีที่รับตำแหน่งเพื่อไม่ให้การทำงานสะดุด ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การดูแลราคาสินค้าเกษตร และการจัดกิจกรรมส่งออก

ส่วนนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศเรื่องการเจรจาเอฟทีเอ ทางกระทรวงจะต้องรายงานสรุปสถานะการเจรจาในกรอบต่าง ๆ เช่น กรอบอาเซียน หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในภูมิภาค (RCEP) ส่วนเอฟทีเอทวิภาคี
อย่างไทย-อียู นั้นเตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ รับทราบถึงข้อดี-ข้อเสียในแต่ละด้าน เพราะเรื่องนี้จะถือเป็นประเด็นเชิงนโยบายหากรัฐมนตรีพิจารณาและมีนโยบายอย่างไรก็พร้อมที่จะดำเนินการ”

ต่อกรณีที่งบประมาณประจำปี 2563 อาจล่าช้าจากปกติ 1 ไตรมาสนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้วางแผนรับมือไว้โดยจัดสรรงบประมาณปี 2562 เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องไปพลางก่อน ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดปัญหาชัตดาวน์และไม่จำเป็นต้องของบประมาณกลางปีฉุกเฉิน

Previous article3 เหตุผลของ ‘พอล ครุกแมน’ ทำไมทรัมป์กำลังแพ้ ‘เทรดวอร์’
Next articleเชิญชวนร่วมงานมหกรรมอัตลักษณ์พื้นถิ่นไทยงามวิไลปากน้ำเจ้าพระยา ครั้งที่ 5 18-22 ก.ค.62 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลฯ สำโรง