ทุ่ม 1.6-1.7 หมื่นล้าน ประกันราคาข้าว ยาง ปาล์ม ‘เฉลิมชัย’ ลั่นร่วมงาน 4 พรรค ดันรายได้เกษตรกรแน่

‘เฉลิมชัย’เผยรัฐบาลเตรียมใช้งบประกันรายได้สินค้าเกษตร 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท คาดพาณิชย์เตรียมแถลง 1-2 วันนี้ อัดนโยบายเร่งด่วนให้กระทรวงเกษตรฯทำงานเชิงรุก บูรณาการทั้งหน่วยงานภายในและนอกกระทรวง

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยการมอบนโยบายกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ว่าเนื่องจากการกำกับดูแลงานของกระทรวงเกษตรมาจากรัฐมนตรีทั้ง 4 พรรค แต่มีนโยบายที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการทำงานหลังจากนี้ต้องบูรณาการร่วมกันโดยยึดเกษตรกรเป็นหลัก  และใช้ตลาดนำการเกษตร การผลิตสินค้าแต่ละชนิดต้องมีปริมาณ คุณภาพ ตามความต้องการของตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ไม่เกิดปัญหาล้นตลาดอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การใช้ตลาดนำการเกษตรกระทรวงเกษตรฯต้องบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกกระทรวงด้วย ซึ่ง 1-2 วันนี้ คาดว่ากระทรวงพาณิชย์จะแถลงข่าวเรื่องการประกันรายได้ ในเบื้องต้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อใช้งบดำเนินการรวม 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกร เบื้องต้น 3 พืช ข้าว ยาง ปาล์ม

“งบประมาณดังกล่าว ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว โดยระบุว่าให้ใช้งบประมาณที่แต่ละกรมมีอยู่ไปก่อน หากไม่เพียงพอ หรือไม่มีจริงๆ ให้เสนอขอจากงบกลาง ซึ่ง 2 กระทรวงจะหารือในรายละเอียด ด้านราคา ระยะเวลาในการประกันรายได้ จำนวนเกษตรกร จำนวนพื้นที่ และผลผลิต เป็นต้น  ซึ่งในส่วนของข้าวคาดว่าจะอยู่ที่อย่างน้อยตันละ 1 หมื่นบาท ปาล์มน้ำมัน 4 บาทต่อกิโลกรัม ยางพารา 60-65 บาทต่อกิโลกรัม”

ทั้งนี้ การประกันรายได้จะดำเนินการจนกว่าจะมั่นใจว่าเกษตรกรสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง  หลังจากนั้นจะใช้มาตรการอื่นต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ปรับต้นทุนการผลิตใหม่ทั้งหมดในทุกสินค้าให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง

รวมทั้งการชดเชยเมื่อพื้นที่ภาคการเกษตรได้รับความเสียหายจากปัญหาภัยธรรมชาติ  ซึ่งเรื่องนี้ได้เสนอให้ครม.พิจารณาไปแล้ว โดยการจ่ายเงินชดเชยในรูปแบบต่างๆ จะต้องมีคณะกรรมการกำกับดูแลเพื่อให้เงินดังกล่าวถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริงด้วย

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น  จึงมอบนโยบายเร่งด่วนให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏบัติ  คือ

1.การบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องทำทันที เช่นแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมซ้ำซาก

2. การแก้ราคาสินค้าเกษตร เช่น กรณีเรื่องยางพารา ได้หารือกับกระทรวงคมนาคมเพื่อให้นำไปใช้ทำเป็น กรวย แบริเออร์ นอกเหนือจากการทำถนน

3.การแก้ไขปัญหาประมง ผิดกฎหมายขาดการรายงาน ไร้การควบคุม (IUU) จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

4. การป้องกันและกำจัดโรคระบาด ต้องดำเนินการอย่างฉับไว ซึ่งในเบื้องต้นได้หารือกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหามันสำปะหลัง

Previous articleปตท. ชี้แจงข่าว PTTOR ชะลอระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ไม่จริง!
Next articleTILOG-LOGISTIX 2019 เปิดความพร้อมการเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ไทย