“บ้านปู เพาเวอร์ฯ” กำไรครึ่งปีแรก 2,300 ลบ. เทงบลงทุนโซลาร์ฟาร์มที่จีน 25MW

ผลประกอบการQ2 /62 หด 5% ‘บ้านปู เพาเวอร์ฯ’ ยังกำไรครึ่งปีแรก 2,300 ล้านบาท พร้อมเทงบ 800 ล้านบาท ลุยลงทุนโซลาร์ฟาร์มแห่งใหม่ในจีน 25 MW เดินหน้าสู่เป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิต 4,300 MW ในปี’68

นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรก ปี 2562 ที่เติบโต และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 3,133.71 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,394.50 ล้านบาท ด้านโรงไฟฟ้าหงสาและบีแอลซีพียังคงประสิทธิภาพในการเดินเครื่องและจ่ายไฟอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

โดยผลประกอบการในไตรมาส 2/2562 บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีรายได้รวม 1,283 ล้านบาท จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 1,518 ล้านบาท ลดลง 6% จากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ แม้ว่าปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำจะเพิ่มขึ้นก็ตาม เนื่องจากการแปลงค่าสกุลเงิน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่ค่าเงินหยวนอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินบาท โดยโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 3 แห่ง มีรายได้รวมที่ 1,059 ล้านบาท ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก 6 แห่ง มีรายได้รวมที่ 224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากสภาวะอากาศที่เอื้ออำนวยและความเข้มข้นของแสงแดดที่สูงในช่วงฤดูร้อน

บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจำนวน 1,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากโรงไฟฟ้าหงสา มีอัตราความพร้อมจ่ายกระแสไฟฟ้า (Equivalent Availability Factor: EAF) ที่ 86% รายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 1,026 ล้านบาท (รวมผลขาดทุนจากการแปลงค่าสกุลเงินแล้ว) ในขณะที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีดำเนินงานได้เต็มประสิทธิภาพด้วย EAF 100% รายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 347 ล้านบาท (รวมผลขาดทุนจากการแปลงค่าสกุลเงินและผลบวกจากภาษีเงินได้รอตัดบัญชีแล้ว) ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่นทั้ง 5 แห่งในปีนี้ก็ได้รับผลดีจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและค่าความเข้มข้นของแสงแดดที่มากขึ้น ทำให้สามารถผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น 31 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มสูงขึ้น 92% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา

นายสุธี กล่าวว่า ล่าสุดได้ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จีซิน (Jixin) กำลังผลิต 25 เมกะวัตต์ มูลค่า 189.15 ล้านหยวน หรือประมาณ 876 ล้านบาท ณ มณฑลเจียงซู ในจีน ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว โดยจะรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3/2562

อนึ่ง ปัจจุบัน บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีกำลังผลิตที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) แล้ว รวม 2,170 เมกะวัตต์เทียบเท่า ภายในปีนี้ จะมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ COD เพิ่มอีก 2 แห่ง คือ ส่วนขยายโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมหลวนหนานระยะที่ 3 ในจีน กำลังผลิต 52 เมกะวัตต์เทียบเท่า เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าและ ไอน้ำที่มากขึ้นในช่วงฤดูหนาว และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คุโรกะวะในญี่ปุ่น กำลังผลิต 19 เมกะวัตต์ ซึ่งก่อสร้างคืบหน้าถึงร้อยละ 71 และคาดว่าจะ COD ในช่วงปลายปีนี้ สำหรับในเวียดนาม โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมระยะที่ 1 กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ อยู่ในขั้นตอนคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างและติดตั้ง ส่วนระยะที่ 2 และ 3 กำลังผลิต 30 และ 20 เมกะวัตต์ ตามลำดับ อยู่ระหว่างเตรียมการศึกษาความเป็นไปได้

“บ้านปู เพาเวอร์ฯ เป็นผู้ลงทุนธุรกิจไฟฟ้าจากไทยรายเดียวที่สามารถพัฒนาและเพิ่มกำลังผลิตในจีนได้อย่างต่อเนื่อง จากการที่เรามุ่งบริหารงานและพัฒนาโครงการร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งให้สำเร็จเสมอมา และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับภาครัฐท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ที่มีกิจกรรมทางธุรกิจ ในภาพรวม บริษัทฯ เดินหน้าขยายการเติบโตตามกลยุทธ์ Greener & Smarter อย่างมั่นคง โดยคาดว่าถึงปี 2566 มีกำลังผลิตรวมถึง 2,894 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 17% จึงเชื่อว่าภายในปี 2568 เราจะสามารถก้าวไปถึง 4,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า พร้อมสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 อย่างที่ตั้งเป้าไว้ได้”

Previous articleSACICT นำไทยสู่ “Arts & Crafts Knowledge Centre” แห่งภูมิภาค เปิดตัวระบบ “SACICT Archive” ดันไทยเป็นศูนย์กลาง
Next articleกกร.ยื่นสมุดปกขาว “บิ๊กตู่” 6 ข้อ รัฐร่วมเอกชน