กกร.ยื่นสมุดปกขาว “บิ๊กตู่” 6 ข้อ รัฐร่วมเอกชน

กกร.ยื่นข้อเสนอเอกชน “บิ๊กตู่” 6 ข้อ จี้เร่งออกมาตรการกระตุ้นศก.-อุดช่องโหว่คอร์รัปชั่น เล็งตั้งคณะทำงานรัฐ-เอกชน “เลขาสภาพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะ หารือใกล้ชิด

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังนำคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเสนอของภาคเอกชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ 6 เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน

นายสุพันธุ์กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกไม่ดีส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย เพราะฉะนั้นการร่วมมือกันเพื่อรับรู้ปัญหาโดยตั้งคณะทำงานขึ้นมาโดยมีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (เลขาธิการสภาพัฒน์) เป็นหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐกับภาคเอกชนเพื่อตั้งคณะย่อยเพื่อตั้งคณะกรรมการเพื่อประสานงานกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะดำเนินการเรื่องอะไรบ้าง นายสุพันธุ์กล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ การกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อชะลอเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงให้ดีขึ้น

“ต้องยอมรับว่าวันนี้ประคองเศรษฐกิจยาก ประเมินเศรษฐกิจชะลอติดลบแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกไม่ขยายตัว เพราะภาคการเกษตรไม่ดีนัก ดังนั้นต้องกระตุ้นในเรื่องภาษี การกระตุ้นให้ลงไปรากหญ้า การใช่ระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้เป็นประโยชน์ รวมถึงเรื่องกองทุนนวัตกรรม การค้าชายแดนเพื่อให้ด่านการค้าชายแดนคล่องตัวและภาคการท่องเที่ยวเพื่อชดเชยการส่งออกที่หดตัว หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนอกภาคการส่งออกได้ผลเศรษฐกิจก็อาจจะดีขึ้นได้”

นายสุพันธุ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.) ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ คาดว่าจะอยู่ในเป้าหมายของเอกชน

“ข้อสำคัญคือการนำนโยบายลงไปสู่ภาคปฏิบัติและต้องไม่มีคอร์รัปชั่น เม็ดเงินจะลงไปช่วยภาคการเกษตรและเอสเอ็มอีจริงๆ เป็นห่วงว่าจะไปถึงได้แค่ไหน รับรู้ได้แค่นั้น ดังนั้นภาคเอกชนจะพยายามเป็นสื่อกลางร่วมกับภาครัฐให้ได้มากที่สุด รวมถึงการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)”

ทั้งนี้ ความต่อเนื่องของโครงการสร้างสร้างพื้นฐานเอกชนไม่กังวล เพราะเดินหน้าไปอย่างมาก อาทิ EEC รถไฟ เนื่องจากรัฐบาลที่มาจากการเมืองเร่งรัดอย่างรวดเร็ว

สำหรับข้อเสนอต่อภาครัฐ 6 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 การเสริมสร้างความร่วมมือภาครัฐและเอกชน อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างและแนวทางการทำงานของกรอ. ระดับต่างๆ การมีส่วนร่วมในการจัดสรรงบประมาณในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และ Big Data

เรื่องที่ 2 การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเอกชน อาทิ ขอให้ยกระดับ SMEs ทั้งในด้านสินค้าและบริการให้มีคุณภาพและมาตรฐานสากล การรณรงค์และสนับสนุนการซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) การส่งเสริมการตลาดออนไลน์ และการเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ

เรื่องที่ 3 การพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ อาทิ ขอให้รัฐบาลพิจารณาอนุญาตให้ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงข้อมูลของภาครัฐที่จำเป็น การปรับบทบาทภาครัฐโดยขอให้ถ่ายโอนงานบริการภาครัฐบางส่วนให้แก่เอกชนที่มีความพร้อมดำเนินการแทน

เรื่องที่ 4 สนับสนุนโครงการที่สำคัญของภาครัฐให้ดำเนินการต่อเนื่อง อาทิ การเร่งรัดการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการ Pattaya on Pier, Cruise Master Plan รวมทั้งเร่งรัดการแก้ปัญหาจากการออกประกาศผังเมือง เร่งปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ

เรื่องที่ 5 เสริมสร้างธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม เสนอให้รัฐพิจารณายกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นในทางปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งปรับปรุงวิธีการจ่ายเงินสวัสดิการของภาครัฐ

เรื่องที่ 6 ยกระดับทักษะ ความรู้ และคุณภาพชีวิตทรัพยากรมนุษย์ อาทิ การสร้างแรงจูงใจในการยกระดับฝีมือของบุคลากรทุกระดับ การสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนจัดการเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง และการเตรียมการรองรับสังคมผู้สูงอายุ ทั้งนี้ เสนอให้แก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการปฏิรูปด้วย

Previous article“บ้านปู เพาเวอร์ฯ” กำไรครึ่งปีแรก 2,300 ลบ. เทงบลงทุนโซลาร์ฟาร์มที่จีน 25MW
Next articleมาอีกแบงก์! ธนาคารกรุงเทพ​ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% มีผล​ 15​ ธ.ค.​ หวังช่วยเอสเอ็มอี ลดต้นทุนทางการเงิน ให้แข่งขันได้