“USTDA” จับมือ “บลู โซลาร์” พัฒนาระบบผลิตกักเก็บ “ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์”

วันนี้ (14 ส.ค. 62) สำนักงานส่งเสริมการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (USTDA) และบริษัท บลู โซลาร์ จำกัด บริษัทผู้ผลิตพลังงานทดแทนในประเทศไทย ได้มีการจัด “พิธีลงนามข้อตกลงความช่วยเหลือแบบให้เปล่าระหว่าง USTDA และบลู โซลาร์” เพื่อสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโรงงานไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ (PV) พร้อมระบบกักเก็บพลังงานผสมผสานในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีของไทย

นายโทมัส อาร์. ฮาร์ดี้ รักษาการผู้อำนวยการ USTDA ระบุว่า พิธีลงนามข้อตกลงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากถือเป็นโครงการแรกนับแต่ USTDA กลับมาดำเนินงานในประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่ได้ดำเนินงานครั้งสุดท้ายไปเมื่อปี 2549 โดยการให้ความช่วยเหลือกับบลู โซลาร์ครั้งนี้เป็นไปตามข้อริเริ่ม Asia EDGE (Enhancing Development and Growth Through Energy) ของรัฐบาลสหรัฐ ที่ต้องการส่งเสริมการพัฒนา 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านพลัง ด้านการขนส่ง และด้านโทรคมนาคมในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

โทมัส อาร์. ฮาร์ดี้ รักษาการผู้อำนวยการ USTDA

นายฮาร์ดี้ยังระบุว่า โครงการนี้จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้กว่า 50 เมกะวัตต์ทั้งในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้พลังงานมากและไม่มาก รวมถึงริเริ่มการจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของบริษัทเอกชนรายเล็กในตลาดพลังงานของไทย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมตลาดพลังงานที่ยั่งยืนและมั่นคง เพื่อใช้พลังงานหมุนเวียนในการลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุด

ด้านนายสุวัฒน์ กมลพนัส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนของไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งโครงการบลู โซลาร์ถือเป็นโครงการแรกที่มีการรวมเอาพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์เข้ากับระบบกักเก็บในระดับโรงผลิตไฟฟ้า

แม้ว่า ประเทศไทยจะมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ประมาณ 10,000 เมกะวัตต์ แต่ส่วนที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์นั้นได้ประมาณ 3,000 เมกะวัตต์เท่านั้น ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์มาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่มีแดดจัด แต่การขาดระบบการกักเก็บพลังงานที่ดีทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขาดความต่อเนื่องในการผลิต

นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญของตลาดพลังงานในโลกปัจจุบันคือ ความไม่สมดุลกันระหว่างความต้องการใช้พลังงานกับการผลิตพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนอย่าง แผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมากในเวลากลางวัน แต่ช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนมากอย่างในตอนเย็นกลับแทบไม่สามารถผลิตพลังงานได้

นายสุวัฒน์จึงชี้ว่า ระบบการกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะสามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ทั้งยังจะช่วยลดต้นทุนในการผลิตพลังงาน เนื่องจากแบตเตอรี่ชนิดนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และยังลดระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งก็ช่วยลดต้นทุนตามระดับคาร์บอนเครดิต

ส่วนนายวิเศษ หาญสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทบลู โซลาร์ กล่าวว่า บริษัทบลู โซลาร์ที่ได้พัฒนาระบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ในหลายระดับ ตั้งแต่ “หลังคาโซลาร์” ไปจนถึง “โซลาร์ฟาร์ม”

วิเศษ หาญสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทบลู โซลาร์

ในปี 2560 บริษัทบลู โซลาร์ได้ชนะการประมูลของรัฐบาลในโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP Hybrid Firm) ซึ่งได้รับสิทธิที่จะดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และกักเก็บพลังงานในระดับโรงไฟฟ้า ที่สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้า 12 เมกะวัตต์ให้กับระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยการติดตั้งแผงโซลาร์ 42 เมกะวัตต์ร่วมกับแบตเตอรี่ที่สามารถกักเก็บพลังงานได้ 54 เมกะวัตต์ชั่วโมง ด้วยราคาจำหน่ายไฟฟ้าที่ 2.54 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

โดยบลู โซลาร์ต้องเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ภายในปี 2564 ทำให้ต้องสร้างความมั่นใจเชิงเทคนิคในระยะยาวตลอดระยะเวลา 20 ปีของสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมถึงสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกลับคืนมาได้

ทั้งนี้ สหรัฐมีเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังมีค่าไฟฟ้าที่ถูกมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์และการกักเก็บพลังงานในรัฐแอริโซนา ฮาวาย เนวาดา และแคลิฟอร์เนียที่ประสบความสำเร็จสูง การที่ USTDA ได้มอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่าเป็นจำนวนเงิน 553,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงความช่วยเหลือเชิงเทคนิคอื่น ๆ แก่บลู โซลาร์จึงนับว่าเป็นความร่วมมือที่สำคัญ เนื่องจากที่ปรึกษาจากสหรัฐที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาโครงการที่คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทย

นอกจากนี้ บลู โซลาร์ยังตั้งใจจะพัฒนาพื้นที่ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองของจังหวังสุพรรณบุรีเพียง 10 กิโลเมตร ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน แปลงเกษตรอินทรีย์ภายใต้แผงโซลาร์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอนาคตอีกด้วย

Previous articleทีเส็บดึง “ภูเก็ต” นำร่อง Thai MICE Connect ใต้
Next articleของมันต้องมี “เสี่ยโอ๋” สั่งคมนาคม เปิดฮอตไลน์โซเชียล เอาใจนักเลงคีย์บอร์ด