กระทรวงพาณิชย์มั่นใจโค้งสุดท้ายส่งออกอัญมณีพลิกบวก

บางกอกเจมส์ครั้งที่ 60 – นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดงานแสดงสินค้า Bangkok Gems & Jewelry 2017 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ 6-8 กันยายนนี้

พาณิชย์ มั่นใจส่งออกอัญมณีฯโค้งสุดท้ายพลิกเป็นบวก หลังปมร้อนเกาหลีดันราคาทองคำพุ่ง จับมือเอกชนเดินหน้า “ฮับอัญมณี” ใน 3 ปี ยกเครื่องแรงงานฝีมือช่างทอง บิวตี้เจมส์ เชียร์รัฐก๊อบโมเดลหลุยส์ วิตตอง สร้าง “Time Capsule” ตลาดส่งออกหลัก พร้อมแผนโปรโมตแลนด์ออฟจิวเวลรี่ดึงนักท่องเที่ยวช็อปเครื่องประดับ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ ยังติดลบ 26.68% เป็นผลจากการส่งออกสินค้ากลุ่มทองคำ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนส่งออกสูงมากในกลุ่มนี้ได้ปรับตัวลดลง 59% ตามราคาทองคำในตลาดโลก แต่หากหักทองคำออกส่งออกจะลดลงเพียง 0.59% เท่านั้น

คาดการณ์การส่งออกในช่วง 5 เดือนหลังน่าจะปรับตัวดีขึ้น จากราคาทองคำในตลาดโลกขยับตัวสูงขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าจะมีผลดีต่อการนำเข้าทองคำมาผลิตชิ้นส่วนงานเครื่องประดับทอง ดังนั้น จึงน่าจะทำให้ภาพรวมการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ พลิกกลับมาเป็นบวกได้ จากเป้าหมายการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัว 5%

“อัญมณีเป็นสินค้าส่งออกที่มีความสำคัญต่อประเทศ กระทรวงตั้งเป้าหมายจะให้ไทยเป็นศูนย์กลางอัญมณีโลกในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางพลอยสี ที่ไทยพร้อมตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ จะมีการจัดประชุมสมาพันธ์อัญมณีและเครื่องประดับโลก (CIBJO Congress 2017) ในวันที่ 2-7 พ.ย.นี้”

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับเอกชนส่งเสริมและพัฒนาฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรม โดยดึงแรงงานในภาคเกษตรเข้ามาฝึกหัด เพื่อช่วยเหลือสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และช่วยลดปัญหาการขาดแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรม

ส่วนงาน Bangkok Gems & Jewelry 2017 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 6-8 กันยายนนี้ ในโอกาสจัดงานครบ 60 ครั้งจึงได้เพิ่มจำนวนคูหา 2,130 คูหา มีกิจกรรมพิเศษ เช่น การจัดแสดงสินค้าเครื่องประดับสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม การประกวดทับทิม คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 20,000 คน มีคำสั่งซื้อ 1,600 ล้านบาท

นายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด กล่าวว่า ส่งออกอัญมณี 7 เดือนที่ติดลบ ไม่ได้มาจากสายอุตสาหกรรมผู้ผลิต (เรียลเซ็กเตอร์) เช่น เครื่องประดับจากทอง เงิน พลอย มุก และเพชร กลุ่มนี้ยังขยายตัว แต่สาเหตุหลักในการติดลบมาจากกลุ่มทองคำยังไม่ขึ้นรูป ซึ่งมีมูลค่าส่งออกประมาณปีละ 2 แสนล้านบาทจากทั้งหมดของอุตสาหกรรม 4-5 แสนล้านบาท กลุ่มนี้ส่งออกลดลง เพราะเมื่อช่วงต้นปีราคาทองคำลดลง มีการนำเข้าและเก็งกำไรกันมาก แต่ขณะนี้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับสูงขึ้น 2-3% จากเหตุการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ทำให้ผู้ที่มีทองคำเริ่มส่งออกในช่วงกันยายน-ธันวาคม จะเริ่มเห็นตัวเลขดีขึ้นไปเป็นบวก มีผลทำให้ภาพรวมการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับในปีนี้ ขยายตัว 2.5%

“การปรับขึ้นลงของราคาทองคำในตลาดโลกขณะนี้ยังไม่ได้ผันผวนจนน่าห่วง แต่เป็นไปตามกลไกตลาด เมื่อราคาลดลงมีการนำเข้ามาเพื่อสต๊อกไว้จนราคาปรับสูงขึ้นจะมีการส่งออก”

ในอีกด้านราคาทองที่ปรับสูงขึ้นจะมีผลกับต้นทุนการผลิตอัญมณีที่ใช้ทองเป็นส่วนประกอบ แต่สัดส่วนไม่มาก ประมาณ 15% เท่านั้น ที่เหลือเป็นวัตถุดิบอื่นอีก 15% ค่าแรง 7-8% ซึ่งปกติเอกชนจะบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ได้เสนอให้รัฐจัดทำ “Time Capsule” นำแบรนด์หลักของไทย 17 แบรนด์ รุกตลาดส่งออกสำคัญ เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น สหรัฐ และดูไบ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและงานดีไซน์ เช่นเดียวกับผู้ผลิตสินค้าแบรนด์หลุยส์ วิตตอง มาตั้ง “Time Capsule” ที่ห้างสยามพารากอน นอกจากนี้ เอกชนพร้อมจะสนับสนุนโนว์ฮาวการฝึกอบรมแรงงานฝีมือ เช่น ช่างทอง “ทองสุโขทัย” หรือแรงงานเจียระไนพลอย เพื่อเสริมความเข้มแข็งในอุตสาหกรรม

พร้อมกันนี้ ได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ถึงแผนกระตุ้นตลาดในประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้หารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อจัดทำโครงการ+ “Amazing Thailand Land Of Jewelry” ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศปีละ 30-40 ล้านคน ซื้อสินค้าอัญมณี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศกลับไป ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมจัดทำโลโก้ คาดว่าจะสรุปได้ในเร็ว ๆ นี้