การผลิตภาคเกษตรติดลบ จับสัญญาณอันตราย ศก.ครึ่งปีหลัง

คอลัมน์ ดุลยธรรม
โดย ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ ม.รังสิต

ประเมินผลกระทบน้ำท่วมจากพายุโพดุลทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชนและข้อจำกัดของมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ รวมทั้งปัญหารุมเร้าจากภายนอก สหรัฐและจีนขึ้นภาษีตามที่ประกาศเอาไว้ 1 ก.ย. ครอบคลุมมูลค่าสินค้ารอบใหม่ 1.87 แสนล้านดอลลาร์ หวั่นกระทบการจ้างงานในอุตสาหกรรมส่งออกของไทย และมีผลกระทบจากช่องทางประเทศคู่ค้าของไทยที่พึ่งพาการส่งออกไปจีนสูง

ผลกระทบจากพายุโพดุลทำให้น้ำท่วมฉับพลันในหลายจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่เกษตรกรรมได้รับเสียหายครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง มีผลกระทบต่อพืชผลการเกษตรที่รอการเก็บเกี่ยวรุนแรงอย่างมาก

ความยากลำบากและความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของประชาชนในชนบทระดับฐานรากนั้นถูกซ้ำเติมทั้งจากภัยแล้งก่อนหน้านี้ และตามมาด้วยน้ำท่วมฉับพลัน ล่าสุด พืชผลหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ปศุสัตว์ได้รับความเสียหาย สิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน ถนนหลวงได้รับความเสียหาย 12 จังหวัด ถนนสายหลัก 23 เส้นทางมีปัญหาต่อการสัญจร

พื้นที่ในเขตเมืองได้รับผลกระทบทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนชะลอตัวและหยุดชะงักในบางพื้นที่ผลประกอบการของธุรกิจประกันภัยลดลงจากการจ่ายชดเชยความเสียหายทรัพย์สินของภาคธุรกิจและประชาชนผู้เอาประกัน การค้าชายแดนไทยลาวชะลอตัวลงชัดเจนโดยประเทศลาวด้านใต้ได้รับผลกระทบอุทกภัยรุนแรงจากพายุเช่นเดียวกัน

ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ชัดเจน แต่จะทำให้การผลิตสาขาเกษตรกรรมในภาพรวมติดลบต่อเนื่องในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ จากอัตราการขยายตัวติดลบในไตรมาส 2 -1.1% ขณะที่ระดับราคาพืชผลและราคาอาหารจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตผู้คนจากปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งมากกว่าที่ควรจะเป็น ล้วนสะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ การอนุรักษ์ป่าไม้ ปัญหาภาวะโลกร้อน และสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงมากขึ้นตามลำดับ

ธรรมชาติส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า เราต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และภาครัฐต้องมีนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง การผ่อนคลายมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมโดยไม่พิจารณาผลกระทบระยะยาวเพื่อดึงดูดการลงทุนของต่างชาติเป็นสิ่งที่จะสร้างภาระต่อสังคมในอนาคต

มาตรการการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอาจติดขัดจากโครงสร้างการบริหารประเทศที่มีการกระจายอำนาจลดลง กระจายอำนาจการคลังน้อยลง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จึงตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้ช้าลง ด้อยประสิทธิภาพลง มีอุปกรณ์เครื่องมือช่วยเหลือไม่เพียงพอ ส่วนงบประมาณช่วยเหลือของประชาชนนั้นน่าจะจัดสรรได้ แต่งบฯซ่อมแซมถนนและสิ่งปลูกสร้างของภาครัฐอาจต้องรองบประมาณปี 2563 ซึ่งจะมีการอนุมัติล่าช้า และเริ่มนำมาใช้ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

เศรษฐกิจไทยช่วงนี้เจอปัจจัยภายในภายนอกรุมเร้ามาก ผลกระทบสงครามการค้าก็หนักขึ้น เริ่มกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภค สหรัฐและจีนขึ้นภาษีตามที่ประกาศเอาไว้ 1 ก.ย.ครอบคลุมมูลค่าสินค้ารอบใหม่ 1.87 แสนล้านดอลลาร์ (สหรัฐเก็บภาษีครอบคลุมมูลค่าสินค้า 1.12 แสนล้านดอลลาร์ จีนตอบโต้ด้วยภาษีครอบคลุมมูลค่าสินค้า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์)

จึงน่าห่วงว่าจะกระทบการจ้างงานในอุตสาหกรรมส่งออกของไทย และมีผลกระทบจากช่องทางประเทศคู่ค้าของไทยที่พึ่งพาการส่งออกไปจีนสูง ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าไทยเหล่านี้ประกอบไปด้วย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เวียดนาม ออสเตรเลีย ฮ่องกง สั่งซื้อสินค้าขั้นกลางและวัตถุดิบจากประเทศไทยน้อยลง โดยประเทศกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วน 25-26% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด

Previous articleโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ จำนวน 317 ราย
Next articleฝีมือขั้นเทพแต่ทำไมไม่รุ่ง ชำแหละ “ดิจิทัลคอนเทนต์” ไทย