ใจป้ำ!อุ้มเบนซินลิตรละบาท รับมือน้ำมันตลาดโลกพุ่ง14%

สภาอุตฯ-บริษัทน้ำมันมองบวก เชื่อระเบิดโรงกลั่นซาอุฯไม่ยืดเยื้อ หลังประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพิ่มกำลังผลิต ปล่อยน้ำมันสำรองสู่ตลาด หวังทำกำไรระยะสั้น ด้าน กบง.งัดมาตรการลดเก็บเงินเข้ากองทุน ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันไม่ให้ขยับ ส่วนสายเดินเรือไม่ปรับค่าระวาง

การโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Abqaiq กับ Khurais ของซาอุดีอาระเบีย ด้วยโดรน ในวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้น 14% จากความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่ซาอุดีอาระเบียจะหายไป 5.7 ล้านบาร์เรล/วัน หรือ 5% ของอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับขึ้น 8.96 เหรียญสหรัฐเป็น 69.20 เหรียญ/บาร์เรล น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส 62.90 เหรียญ/บาร์เรล โดยซาอุดีอาระเบียเป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบอันดับ 2 ของไทยรองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้นำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มาใช้บรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์โจมตีโรงกลั่นน้ำมันฯ เพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำมันและรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยให้ “ปรับลด” อัตราการจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯจากกลุ่มน้ำมันเบนซินลง 1 บาท/ลิตร (แก๊สโซฮอล 95-91-E85) และกลุ่มน้ำมันดีเซลลง 60 สตางค์/ลิตร (ดีเซล B7-B10-B20) ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนเป็นต้นไป ราคาขายปลีกในประเทศจะไม่ปรับขึ้นในช่วงนี้

สำหรับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือและปริมาณสำรอง มีปริมาณรวม 6,407 ล้านลิตร เพียงพอใช้ 54 วัน ปริมาณก๊าซ LPG สำหรับครัวเรือน-อุตสาหกรรม-ขนส่ง เพียงพอใช้ได้ 12 วัน สำหรับสถานะเงินกองทุนน้ำมันฯ ขณะนี้อยู่ที่ 39,402 ล้านบาท หลังปฏิบัติตามมติ กบง. จะติดลบ 813 ล้านบาท/เดือน

ผลกระทบระยะสั้น

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันนี้ เป็นผลกระทบเชิงจิตวิทยาทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นระยะสั้น ๆ เท่านั้น” เนื่องจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันอื่น ๆ รวมถึงสหรัฐสั่งให้ปล่อยน้ำมันจากคลังยุทธศาสตร์ (มีอยู่ 630 ล้านบาร์เรล) เพื่อรักษาสมดุลซัพพลายน้ำมันในตลาดโลก

“บางจากมอนิเตอร์สถานการณ์และได้วางแผนสั่งซื้อและกำหนดราคาล่วงหน้า จึงไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ โดยคงคาดการณ์ทิศทางราคาน้ำมันไว้ในระดับ 60-70 เหรียญ/บาร์เรล”

นายซาลมาน ซาดัต ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด “คาลเท็กซ์” กล่าวว่า การโจมตีโรงกลั่นซาอุดีอาระเบียเป็นแรงกดดันที่มีต่อราคาน้ำมันอย่างมาก ทางบริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้คงไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายประเทศในตะวันออกกลาง ไม่ได้นำเข้าผูกขาดเฉพาะซาอุดีอาระเบียประเทศเดียว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ไม่ขึ้นค่าเฟด-บังเกอร์เซอร์ชาร์จ

นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) ประเมินว่า สถานการณ์จะคลี่คลาย 2-4 สัปดาห์ ไม่กระทบต่อภาพรวมการส่งออกและนำเข้าน้ำมัน เพราะได้มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าไปแล้ว และผลราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นยังไม่กระทบต่อต้นทุนการผลิตและต้นทุนค่าขนส่งสินค้า ขณะนี้สายการเดินเรือยังไม่มีการปรับขึ้นค่าระวาง รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าบังเกอร์เซอร์ชาร์จ

Previous article“จีน” ประมูลเนื้อหมูสำรองหมื่นตัน รับมือหมูแพงจาก “ไข้หวัดหมูแอฟริกา”
Next articleทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมสร้างเมืองสุขภาพดี วิถีท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยรูปแบบใหม่ เก๋ไก๋ สไตล์สังคมผู้สูงอายุ